ถ้อยคำเจ็ดคำนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ตามมาล้วนกล่าวถึงเหตุการณ์ทางการเมือง การทูต และการทหารหลายประการซึ่งเกิดขึ้นในปีแรกแห่งรัชศกหลู่เซวียนกง
แต่เนื้อหาส่วนหลังยังมีอีกมาก หลักการที่ต้องการถ่ายทอดแก่คนรุ่นหลังก็มีไม่น้อย เซี่ยชิงเฟิงไม่รู้เลยว่าควรตั้งประเด็นอย่างไร เนื้อหาที่ตามมานั้นไม่ว่าจะเลือกเขียนจากมุมใดก็ล้วนไม่เหมาะสม
หากฝืนขยายความประโยคนี้ไปยังเนื้อหาส่วนหลัง ย่อมออกนอกประเด็นเป็นแน่
ทว่า “วสันต์ เดือนอ้ายแห่งปีที่กษัตริย์ทรงกำหนด เจ้าแคว้นขึ้นครองตำแหน่ง” ประโยคนี้ควรอธิบายอย่างไรเล่า?
ว่าไปแล้ว ครั้งแรกที่เซี่ยชิงเฟิงพบข้อสอบเช่นนี้ก็คือในสนามสอบระดับมณฑล เขารู้สึกประหม่าอยู่บ้าง หรือคราวนี้จะสอบตกกัน?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา เขาก็กดมันลงไปทันควัน สอบยากกันทุกคน เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีเพียงตนคนเดียวที่อ่านความหมายของโจทย์ไม่ออก
เซี่ยชิงเฟิงคาดเดาไม่ผิด ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิตที่ทำข้อสอบได้เร็วหรือช้า เมื่อเห็นโจทย์ข้อนี้ต่างก็พากันตะลึงงัน
ในสนามสอบมีทั้งคนที่กำลังดิ้นรน คนที่ยังยืนหยัด คนที่สิ้นหวัง และคนที่กำลังค้นหาความหวัง
บัณฑิตที่เข้าสอบระดับมณฑลเป็นครั้งแรกต่างรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ เดิมทีสนามสอบเงียบสงบ บัดนี้กลับมีเสียงเอะอะเบา ๆ ดังขึ้น กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจตราสนามสอบดุว่า จึงค่อยสงบลง
บัณฑิตหนุ่มเลือดร้อนหลายคนอดสบถเสียงเบาไม่ได้ แม้เสียงนั้นจะแผ่วเบา ทว่ากลับเปี่ยมด้วยความขุ่นเคืองและไม่ยินยอม พวกเขาขยับก้นไปมาบนม้านั่ง นั่งอย่างไรก็ไม่สงบ สายตาจับจ้องโจทย์ข้อสอบเขม็ง ราวกับต้องการมองทะลุให้ได้ ปากก็พึมพำไม่หยุด “สมกับเป็นการสอบระดับมณฑลจริง ๆ! โจทย์ข้อนี้ยากเกินไปแล้ว จะให้ลงมือเขียนอย่างไร?”
