นายหน้าค้ามนุษย์ถือสัญญาขายตัววิ่งออกมา ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มจนแทบล้น “คุณชาย เชิญตรวจดู ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว เพียงลงชื่อและประทับตรานิ้วก็เป็นอันเสร็จ”
เซี่ยชิงเฟิงรับสัญญามา จรดพู่กันประทับตรานิ้วลงไป ก่อนเงยหน้ามองคนทั้งห้าแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว “ตามข้าไปเถิด”
หญิงสูงวัยทั้งสามรีบขานรับ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย ส่วนชายฉกรรจ์จูงมือภรรยา ค้อมกายคำนับเซี่ยชิงเฟิงอย่างลึกซึ้ง ภรรยาของเขาก็ค้อมกายตาม ใบหน้าเผยความซาบซึ้งปนประหม่า
เมื่อกลับถึงบ้าน เซี่ยชิงเฟิงก็ส่งทั้งห้าคนให้เซี่ยอี้ทันที “เสี่ยวอี้ พาพวกเขาไปจัดที่พักให้เรียบร้อย จัดเตรียมที่อยู่กับข้าวของจำเป็นในแต่ละวันด้วย” หลายปีมานี้เซี่ยอี้ติดตามเขาและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ไปไม่น้อย การจัดการดูแลคนเหล่านี้คงไม่เป็นปัญหา
เดิมทีท่านแม่บอกให้เสี่ยวอี้ไปซื้อบ่าวรับใช้ก็พอ แต่เขาคิดว่าอย่างไรคนเหล่านี้ก็ต้องอยู่ร่วมกันไปอีกนาน จึงไปเลือกด้วยตนเองจะวางใจได้กว่า
เซี่ยชิงเฟิงหันกลับเดินไปยังเรือนหลัก โคมใต้ระเบียงไหวเอนแผ่วเบาตามสายลม แสงอาทิตย์อัสดงสาดต้องร่างผอมบางของเขาพอดี เหตุที่เลือกคนทั้งห้านี้หาใช่เพียงนึกขึ้นได้ชั่วครู่
หญิงสูงวัยทั้งสามตกอยู่ในสภาพลำบากที่โรงนายหน้า ถึงกระนั้นยังคิดแบ่งหมั่นโถวหยาบครึ่งลูกให้กัน ก็เห็นได้ว่าจิตใจยังมีเมตตาอยู่หลายส่วน เขาเคยพบคนมากมายที่พร้อมเหยียบย่ำกันเพียงเพื่อแย่งอาหารสักคำ ความเห็นอกเห็นใจที่ยังไม่มอดดับแม้ตกอยู่ในภาวะสิ้นหวังนั้นล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใด อีกทั้งพวกนางล้วนผ่านโลกมามาก รู้จักวางตัวตามกาลเทศะ เมื่อต้องดูแลงานจิปาถะในเรือนชั้นในย่อมรอบคอบกว่า
