เซี่ยอี้หันหลังเดินไปยังห้องหนังสือ เห็นเซี่ยชิงเฟิงกำลังนั่งพลิกสำนวนอยู่บนเก้าอี้ เขาก้าวเข้าไปอย่างแผ่วเบา ก่อนกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “คุณชาย พวกคนที่เรือนด้านข้างจัดที่พักให้เรียบร้อยแล้วขอรับ”
เซี่ยชิงเฟิงเงยหน้ามองเขา “อืม พวกเขามีท่าทีอย่างไรบ้าง”
“คุณชายยังคงมองคนได้แม่นยำดังเช่นเคย” เซี่ยอี้ยิ้มกล่าว น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความเลื่อมใส “มามาเฉินอาวุโสที่สุด ทั้งคำพูดและการกระทำล้วนสุขุมมั่นคง เมื่อครู่ข้าอธิบายกฎระเบียบ นางตั้งใจฟังที่สุด ทั้งยังไม่ลืมเตือนมามาอีกสองคนให้จำวันจ่ายเงินเดือนได้ นับว่าเป็นคนที่พอจะเป็นผู้นำได้ขอรับ”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ “มามาโจวกับมามาซุนก็ดูซื่อสัตย์ดี มามาโจวมือไม้คล่องแคล่ว เมื่อครู่นางลองจับผ้าเช็ดพื้นที่ตากไว้ในลาน แล้วบ่นว่ายังเย็บให้ถี่กว่านี้ได้ คิดว่างานเย็บปะคงไม่เลว ส่วนมามาซุนพูดน้อย แต่แววตาซื่อตรง ข้าให้พวกนางไปเบิกข้าวสารที่ห้องครัว นางก็อาสาช่วยมามาโจวยกของหนัก ดูแล้วเป็นคนมีเมตตาขอรับ”
ครั้นเอ่ยถึงสามีภรรยาจางเหมิ่ง น้ำเสียงของเซี่ยอี้ก็หนักแน่นขึ้น “ลุงจางเหมิ่งผู้นั้นดูพูดน้อย แต่แววตาเผยความซื่อตรง เมื่อครู่ตอนข้าย้ำว่าห้ามทรยศต่อจวน เขาก็กำหมัดทุบโต๊ะทีหนึ่ง เรี่ยวแรงเช่นนั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนภักดี ส่วนภรรยาของเขา หลี่ซื่อก็รู้ความ นางรู้ว่าตนตาบอด จึงกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะตั้งใจทำงานเย็บปะให้ดี ยามพูดหลังก็ยืดตรง มิใช่คนจำพวกฉวยโอกาสเล็กน้อยขอรับ”
เซี่ยชิงเฟิงฟังจบแล้วใช้นิ้วแตะสำนวนเบา ๆ “ขอเพียงทำงานอย่างสงบเรียบร้อยก็พอ”
