แม้คะแนนจะรั้งท้ายเป็นอันดับสุดท้าย แต่อย่างไรก็สอบผ่านจนได้
เซี่ยชิงเฟิงกลับหมู่บ้านด้วยอารมณ์เบิกบานไม่น้อย เขาเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีสองได้อย่างลึกซึ้งขึ้นมาเสียแล้ว ว่าหลังประกาศผลสอบปลายภาคแล้วคนที่สอบผ่านแบบเฉียดฉิวส่งเสียงโหยหวนข้างหูนั้นเป็นเช่นไร แต่ก่อนเขาคิดว่าเพื่อนร่วมห้องเอะอะเกินเหตุ ทว่าบัดนี้เมื่อประสบกับการสอบผ่านแบบฉิวเฉียดด้วยตนเอง จึงเข้าใจรสชาติของมันอย่างแท้จริง
ยามนี้ในครัวที่บ้านมีควันไฟลอยคลุ้ง นางจางกำลังผัดกับข้าว กระบวยพลิกอาหารในกระทะอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางควันโขมง เสียงอาหารในกระทะดังฉ่า ๆ หลินเหนียงนั่งเย็บพื้นรองเท้าอยู่มุมหนึ่งของลานบ้านอย่างเงียบสงบ ฝีมือชำนาญยิ่ง
ภายนอกทั้งสองดูราวกับตั้งใจทำงานของตน ทว่าจิตใจกลับจดจ่ออยู่ที่ประตูบ้าน เฝ้ารอเจ้าลูกน้อยของบ้านกลับมา
ทันทีที่เซี่ยชิงเฟิงก้าวเข้าบ้าน ทั้งสองก็สังเกตเห็น
หลินเหนียงวางพื้นรองเท้าในมือลงทันที แล้วช่วยเซี่ยชิงเฟิงปลดห่อสัมภาระบนหลัง ส่วนนางจางก็รีบยกกับข้าวที่ผัดไปได้ครึ่งหนึ่งออกจากเตา
แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความห่วงใยและกระวนกระวาย อยากถามว่าเขาสอบได้เป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็กลัวจะได้ยินข่าวร้ายและทำให้เซี่ยชิงเฟิงเสียใจอีก
ทว่าเอ้อหยาในห้องกลับไม่มีความคิดมากมายเช่นพวกนาง พอออกมาก็ถามตรง ๆ ว่า “น้องชาย สอบเป็นอย่างไรบ้าง? ผ่านหรือไม่?”
เมื่อนางจางกับหลินเหนียงได้ยิน มือที่กำลังทำงานก็ชะงักกึก จากนั้นจึงรีบทำทีเป็นไม่ใส่ใจ ราวกับไม่สนใจคำตอบของเซี่ยชิงเฟิงแม้แต่น้อย แต่ความจริงแล้วต่างแอบเงี่ยหูฟัง ตั้งใจไม่ให้พลาดสักคำ
