“หากพวกเราคิดถึงนาง ก็ไปหานางที่ตำบลสิ!” คำพูดของเอ้อหยาทำให้ความอึดอัดใจของนางจางกับหลินเหนียงคลายลงบ้าง
“พูดได้ถูกต้อง” นางจางพยักหน้า “ตอนนี้กั๋วเอ๋อร์ของพวกเราเป็นบัณฑิตแล้ว หากเหอจื้อเหวินกล้ารังแกต้าหยา พวกเราก็ไปรับต้าหยากลับมาเสีย!”
“ใช่!” หลินเหนียงเห็นด้วยกับความคิดของนางจางเช่นกัน
หลังพูดจบ นางจางก็รีบตบปากตัวเองสองที “ถุย ๆ ๆ หลายวันนี้เป็นวันมงคลยิ่ง ดูปากข้าสิ พูดอะไรออกมาไม่เป็นมงคลเลย”
“ชีวิตคู่ของต้าหยากับเหอจื้อเหวินต้องรุ่งเรืองขึ้นทุกวันเป็นแน่!”
“ใช่ ๆ ๆ!” หลินเหนียงรีบกล่าวคล้อยตาม
หลายวันนี้เซี่ยชิงเฟิงไม่ได้ทบทวนตำรา แต่ยุ่งอยู่กับการแขวนโคมแดงและติดอักษรมงคลสีแดงสด ทำให้ลานบ้านเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริง เขานึกถึงพี่สาวที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็กกำลังจะแต่งออกไป ในใจจึงรู้สึกบอกไม่ถูก
บังเอิญเห็นเอ้อหยาถูกท่านย่ากับท่านแม่ไล่ออกจากห้อง เซี่ยชิงเฟิงจึงเรียกนางมาช่วยติดกระดาษตัดลายที่หน้าต่าง พลางบ่นกับเอ้อหยาขณะติดไปด้วย
“พี่เอ้อหยา แต่งงานมีดีตรงไหนหรือ? บ้านเหอจื้อเหวินจะดีเท่าบ้านเราหรือ?”
“พวกเราเป็นญาติที่เลือดข้นกว่าน้ำ แต่งไปอยู่บ้านชายแปลกหน้าก็ต้องเริ่มต้นใหม่หมด ผู้ชายคนนั้นมีดีตรงไหนกัน”
“พี่ หากไม่แต่งงาน ข้าจะเลี้ยงพี่ไปตลอดชีวิตเอง”
“แต่ถ้าพี่พบคนที่ชอบจริง ๆ ...ข้าก็ไม่ห้ามหรอก...”
เอ้อหยารำคาญจนยกมือปิดหูแล้ววิ่งหนี “หากท่านย่ารู้ว่าเจ้าไม่ยอมให้ข้าแต่งงาน ระวังนางด่าเอา!”
