ที่ใดมีนางเอก ที่นั่นย่อมมีเรื่องราว
หลัวเสวี่ยพบบนรถไฟคู่สามีภรรยาพิลึกคู่หนึ่ง ท่าทางการอุ้มเด็กของผู้หญิงดูเก้ๆ กังๆ เด็กหิวแต่ไม่ยอมให้ดื่มนม กลับป้อนแต่น้ำ พอป้อนน้ำเสร็จเด็กก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
นางเอกสงสัยว่าพวกเขาแอบป้อนยาสลบให้เด็ก จึงปักใจเชื่อว่าสองคนนี้เป็นพวกค้ามนุษย์
คุณหนูลูกคนรวย แม้จะมีจิตใจดีงาม แต่เวลาเข้าช่วยเหลือคนกลับไม่รู้จักใช้ชั้นเชิง พุ่งเข้าไปถามตรงๆ ว่าเมื่อกี้ให้เด็กดื่มอะไร พวกคุณใช่พ่อแม่แท้ๆ ของเด็กหรือเปล่า
พวกค้ามนุษย์ย่อมไม่ยอมรับว่าเป็นคนร้าย แถมยังโยนความผิดกลับมา ว่านางเอกมีเจตนาไม่ดี
นางเอกที่ทั้งเย็นชาและดื้อรั้น จึงโต้เถียงกับพวกค้ามนุษย์ขึ้นมา
ขณะนั้นพระเอกก็ปรากฏตัว ฉีเฟิงหย่วนเป็นทหารผ่านศึก ต้องการตรวจดูอาการของเด็ก สามีภรรยาคู่นั้นเห็นเขาใส่ชุดทหารก็เกิดอาการลนลาน รีบอุ้มเด็กวิ่งหนี
ถึงตรงนี้ก็ไม่ต้องตรวจอะไรอีกแล้ว
สองคนนี้ต้องเป็นพวกค้ามนุษย์แน่ๆ!
พระเอกนางเอกรีบวิ่งตามไป แต่พวกค้ามนุษย์มีมีดอยู่ในมือ พอใกล้จะถูกจับได้ ก็ชักมีดออกมาแทงไปที่หลัวเสวี่ยซึ่งดูอ่อนแอกว่า
นางเอกใช้ไหวพริบอาศัยพื้นที่แคบๆ ในห้องน้ำขังพวกค้ามนุษย์เอาไว้ จากนั้นก็ไปกับพระเอกเพื่อไล่ตามผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
เพียงแต่ หลังจากที่ทั้งสองจับคนร้ายกลับมาได้ ถึงได้รู้ว่าในห้องน้ำตอนนั้นยังมีอีกคนหนึ่งอยู่ข้างใน พวกค้ามนุษย์ออกไปไม่ได้ เลยระบายความแค้นด้วยการแทงคนเดินทางผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต
ในตู้รถไฟยังมีเสียงกรีดร้องดังขึ้นหลายครั้ง แต่ในกลุ่มคนที่มุงดูไม่มีใครกล้าเปิดประตู พวกเขากลัวว่าทันทีที่ประตูเปิดออก มีดของฆาตกรที่อยู่ข้างในก็จะพุ่งมาแทงถึงตัว
จนกระทั่งตำรวจลาดตระเวนบนรถไฟมาถึง ถึงได้เปิดประตูเข้าไประงับเหตุคนร้าย
