เหลียงอี้อันมาบ้านตระกูลเสิ่นพร้อมเหล้ามาสองขวด แถมยังเป็นเหล้าชั้นดีอย่างตู้คัง พ่อเสิ่นเสียดายจนไม่กล้าดื่ม จิบไปเพียงนิดเดียวก็เก็บไว้
พอดีกับที่เสิ่นเสี่ยวเวยหยิบเหล้าออกมาอีก
เห็นแก่เหล้าสองขวดนี้ พ่อเสิ่นจึงยิ้มแย้มขึ้นไม่น้อย รู้สึกว่าลูกสาวคนนี้ก็ไม่ได้ไม่รู้ความขนาดนั้น
ช่วงบ่ายพ่อเสิ่นกับพี่ใหญ่เสิ่นต่างก็ลางานมา คิดว่าดื่มเพิ่มอีกสักสองสามจอกคงไม่เป็นไร
จึงไม่ได้ห้ามเสิ่นเสี่ยวเวยรินเหล้าให้พวกเขา
เสิ่นเสี่ยวเวยรินเหล้าให้พ่อเสิ่นกับพี่ใหญ่เสิ่นทีละคน พอถึงคราวเหลียงอี้อัน เธอก็ยิ้มแล้วแนะนำตัว
“สหายเหลียง สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเสิ่นเสี่ยวเวย คุณอาจไม่เคยเจอฉัน จริง ๆ แล้วฉันต่างหากที่เป็นลูกสาวตระกูลเสิ่น เพียงแต่ตอนเพิ่งเกิด ฉันกับเสิ่นหว่านถูกสลับตัวกัน”
“ฉันโตมาในชนบท พูดจาตรงไปหน่อย เมื่อกี้ที่พูดว่าเสิ่นหว่านเป็นตัวปลอม ฉันพูดโดยไม่ทันคิด”
“เมื่อก่อนฉันลำบากมามาก พ่อแม่บุญธรรมก็เสียไปแล้ว เลยอิจฉาที่พ่อกับแม่รักเธอมาก ถ้าคุณรู้สึกว่าฉันทำเกินไป งั้นเหล้าจอกนี้ฉันขอดื่มแทนคำขอโทษนะคะ”
ถ้าตอนเสิ่นเสี่ยวเวยพูดประโยคแรกจบ แม่เสิ่นยังคิดอยากรีบให้เธอหุบปาก คำพูดที่ตามมาของเธอก็ทำให้ทุกคนในตระกูลเสิ่นตกตะลึง
สายตาทุกคู่ที่มองเสิ่นเสี่ยวเวยเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ที่แท้เธอก็พูดภาษาคนเป็นนี่นา?
ทำไมก่อนหน้านี้เวลาพูดกับพวกเขาถึงได้ประชดประชันเสียดสีตลอด ดูสิ แบบนี้ก็ปกติดีไม่ใช่หรือ
อวี๋หว่านคีบเนื้อเข้าปาก นั่งดูเงียบ ๆ คนอื่นฟังไม่ออกว่าคำพูดของเสิ่นเสี่ยวเวยมีนัยอะไร แต่เธอเป็นนักสร้างภาพมือฉมัง จะดูไม่ออกได้อย่างไรว่าเสิ่นเสี่ยวเวยกำลังบิดเบือนประเด็น
