อวี๋หว่านถามด้วยท่าทีสงบนิ่ง “แม่คะ เสี่ยวเวยช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ทะเบียนบ้านของเธอย้ายเข้าบ้านเราได้หรือยัง”
พูดถึงเรื่องนี้หวังเหม่ยอวิ๋นก็กลุ้มใจ “ยังเลย จะย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาง่าย ๆ ได้ยังไง ลองคิดดู ถ้ายังเป็นเด็กอยู่มันก็ง่าย จะบอกว่ารับเลี้ยงก็เข้าทะเบียนบ้านเราได้เลย แต่นี่เสี่ยวเวยเป็นสาวแล้ว ย้ายเข้ามาไม่ได้หรอก”
“ก็ยังดีที่เธอบรรลุนิติภาวะแล้ว ถึงทะเบียนบ้านจะย้ายเข้าบ้านเราไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังแต่งงานเข้ามาอยู่ในเมืองได้ แม่น่ะช่วงนี้ยุ่งแทบตาย ทุกวันต้องขอลางานครึ่งวันเพื่อหาคู่ให้เธอ”
แม่เสิ่นเอ่ยถึงเรื่องหาคู่เมื่อไหร่ก็พูดไม่หยุด เล่ารายละเอียดผู้ชายทุกคนที่เสิ่นเสี่ยวเวยไปดูตัวมาสามวันนี้ สูงต่ำดำขาวครบทุกแบบ คนฐานะดีครอบครัวก็ไม่พร้อม คนเงินเดือนสูงก็มีลูกเยอะ คนหล่อก็ไร้ความสามารถ คนขี้เหร่ก็ข้อเรียกร้องสูง
พูดจบก็ถอนหายใจ “ลองคิดดูสิ คนตั้งมากมาย ทำไมเสี่ยวเวยถึงไม่ชอบสักคน คุณสมบัติของเธอมีให้เลือกก็ดีแล้ว ยังจะมารังเกียจนั่นเกียจนี่อีก สาวบ้านนอกบางคนอยากแต่งกับคนในเมืองยังแต่งไม่ได้เลย”
“นี่ก็อาศัยที่พ่อกับแม่มีงานทำ คนอื่นถึงยอมมาดูตัวกับเธอ ทำไมเธอถึงไม่รู้จักสำนึกบุญคุณบ้างเลย คิดแต่แม่ติดค้างเธอ แม่ติดค้างอะไรเธอ แม่อยากจะบอกว่าแม่อุตส่าห์คลอดเธอออกมา เธอยังไม่ตอบแทนบุญคุณที่ให้กำเนิดเลย”
“ค่าเช่าที่เธอมาอยู่ในท้องแม่ตั้งสิบเดือนแม่ยังไม่คิดเลย!”
อวี๋หว่าน “……”
ก็มีเพียงแม่เสิ่นนี่แหละที่ทำเป็นไม่รับแรงกดดันจากลูกได้เลย
ครอบครัวอื่น ลูกคือหนี้
แต่ครอบครัวสกุลเสิ่น ลูกคือคนเป็นหนี้!
พวกคำพูดที่ว่าให้กำเนิดแต่ไม่เลี้ยงดูคือพ่อแม่ที่ไร้ความรับผิดชอบ ในสายตาพ่อเสิ่นแม่เสิ่นล้วนเป็นเรื่องเหลวไหล
ฉันคลอดเธอออกมา เธอก็ติดค้างชีวิตหนึ่งกับฉัน ถ้าเธอกินของฉัน ใช้ของฉัน เธอก็ติดเงินฉัน
