งานเปลี่ยนมือไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหมดเรื่องซะทีเดียว
อวี๋หว่านยังต้องพาโจวหยวนหยวนไปทำความคุ้นเคยกับแผนกการผลิต ว่าตนเองอยู่ตำแหน่งไหน จะเริ่มใช้งานจักรเย็บผ้าอย่างไร
โชคดีที่เด็กสาวเคยเรียนใช้จักรเย็บผ้าที่บ้านมาก่อน จึงเริ่มงานได้เร็วมาก ไม่ต้องเสียเวลาเยอะ
หัวหน้ากลุ่มเองก็รู้ว่าเธอขายงานนี้ไปแล้ว แต่หยางหงมาบอกกล่าวไว้ก่อน พอคนงานอื่นสงสัย หัวหน้ากลุ่มก็ช่วยโกหกกลบเกลื่อนเอง บอกเพียงว่าโจวหยวนหยวนมาทำงานแทนชั่วคราว
คนยุคนี้แม้จะลางานก็ยังหาใครสักคนมาทำงานแทน ไม่มีทางปล่อยให้ตำแหน่งว่างเปล่าจริง ๆ แรงงานหญิงหลายคนตอนท้องหรือคลอดลูกก็มักให้คนในบ้านหรือหาเพื่อนมาทำงานแทน พฤติกรรมของอวี๋หว่านจึงไม่เด่นอะไร
แต่ก็ต้องขอบคุณหยางหงที่ทำงานในโรงงานมากว่าสิบปี เป็นพนักงานเก่าแก่ สนิทสนมกับทุกคน
มีคนรู้จักเยอะแบบนี้แหละถึงทำอะไรก็ง่าย
ขั้นตอนการส่งมอบงานทั้งหมดราบรื่นจนน่าเหลือเชื่อ ตอนอวี๋หว่านเพิ่งเริ่มงานยังติดขัด โดนหัวหน้ากลุ่มด่าไปไม่น้อยเลย
มองใบหน้าเปี่ยมความกระตือรือร้นของโจวหยวนหยวน อวี๋หว่านก็อวยพรให้เด็กสาวคนนี้ก้าวเดินต่อไปอย่างราบรื่น มีความสุขดั่งเช่นตอนนี้ตลอดไป
พอก้าวเท้าออกจากประตูโรงงานปั่นฝ้าย เธอแทบน้ำตาซึม อยากร้องเพลงเสียงดังสักเพลง
เฮ้อ ในที่สุดก็ไม่ต้องมาทำงานแล้ว!
เธอไม่มีหัวคิดแบบคนยุคนี้ที่อยากอุทิศทั้งชีวิตให้กับงาน มีแต่ชอบนอนสบายใช้ชีวิตดี ๆ
หากต้องทำงานซ้ำซากในสายพานนั่นไปนาน ๆ เข้า วันหนึ่งสมองก็คงพัง
แล้วอีกอย่าง นี่คือยุคที่เต็มไปด้วยโอกาส ดังคำว่า ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของกระแสลม แม้แต่หมูก็ยังบินได้
ในมือของอวี๋หว่านมีมิติตาน้ำทิพย์ เธอแค่ต้องใช้เวลาช่วงไปชนบทไม่กี่ปี สะสมเงินทุนให้พอ แล้วรอจนถึงปี 1977 เมื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาเปิดอีกครั้ง ก็ไปเรียนต่อที่เมืองหลวง
