อูเหมิง มั่วหยาง และอีกสองสามคนมองแผ่นหลังของหลี่มั่วเสวียนและพวกที่จากไป
ยืนตะลึงอยู่นานทีเดียว
พวกเขาคิดว่าตัวเองรู้จักพลังของหลี่มั่วเสวียนดีพอแล้ว
แต่ไม่คิดเลยว่า พลังของหลี่มั่วเสวียนจะทะลุขีดจำกัดความเข้าใจของพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
อูเหมิงหายใจลึกยาว ร่างกายสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
“ท่านหลี่... แข็งแกร่งถึงขั้นไหนกันแน่”
“มู่หยงเฉวียนเป็นนักสู้ขั้นสะพานสวรรค์ชั้นหนึ่ง โดนมือเปล่าบดขยี้เป็นเนื้อบด”
“อย่างต่ำต้องเหนือกว่าสี่ห้าขั้นย่อย ไม่อย่างนั้นทำไม่ได้แน่ แค่สองสามขั้นย่อยก็พอๆ กัน อย่างน้อยต้องสักหลายสิบกระบวนท่าถึงจะรู้ผลแพ้ชนะ”
“ถ้าคาดการณ์แบบนี้ จากท่าทีเรียบง่ายไม่สะทกสะท้านของท่านหลี่ รับรองได้เลยว่าท่านหลี่น่าจะเป็นยอดฝีมือขั้นสะพานสวรรค์ชั้นเจ็ดหรือแปด”
ทันใดนั้นทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็สั่นไปทั้งตัว
หากเป็นเช่นนั้นจริง หลี่มั่วเสวียนถือเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของหังโจว
มั่วหยางมีสีหน้าซับซ้อน กล่าวว่า “ที่จริงข้าว่าอุปนิสัยของท่านหลี่ก็ไม่เลว ถึงจะใช้วิธีเหี้ยมโหดก็เถอะ แต่แนวคิดก็ถูกต้องดี”
“ใช่ ท่านหลี่กวาดล้างตระกูลหลินก็ไม่แปลก หลินมั่วเฟยเจ้าโง่นั่นบังอาจแย่งผู้หญิงของท่านหลี่ ยังกล้าหาคนมาฆ่าท่านหลี่อีก ตระกูลหลินไม่ล่มสลายก็ให้ไม่ได้”
“ใช่แล้ว เรื่องนี้เกิดกับใครก็ต้องทำแบบนี้ทั้งนั้น”
“ถ้ามีท่านหลี่คุ้มครอง เมืองอู่ซื่อของเราก็จะไม่ถูกใครรังแกเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”
มีแต่คนตระกูลอานเท่านั้นที่มีสีหน้าซับซ้อน
