หลี่มั่วเสวียนฟังแล้วขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปาก
ไม่คิดว่าปลายสายจะดังเสียงหัวเราะที่แฝงด้วยความโหดเหี้ยม:
“ไอ้ขยะ มาถึงขั้นนี้แล้วยังโทรอีกเหรอ จะสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายรึไง”
“ไอ้ขยะอย่างแก ยังจะคิดตามล้างแค้นฉันอีกเหรอ ฝันไปเถอะ”
“ต่อให้ฉันฆ่าทั้งตระกูลแก แล้วแกจะทำอะไรฉันได้ ฉันนี่ล่ะชอบดูท่าทางขี้ขลาดอ่อนแอ ทั้งโกรธแค้นแต่ก็สิ้นหวังของแก ขำจริง ๆ เลย ฮ่า ๆ ๆ...”
“โจวเฟิง ไอ้สัตว์นรก ต่อให้ตายไปฉันก็ไม่มีวันปล่อยแกแน่!”
“อ๊าก...”
เสียงร้องโหยหวนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดสิ้นหวังดังมาจากปลายสาย
เป็นเสียงของเสวี่ยหมิงนั่นเอง
จากนั้นสายก็ถูกตัด
ไม่ว่าหลี่มั่วเสวียนจะโทรไปอีกกี่ครั้ง ก็ไม่มีใครรับ
ดูท่าว่าโทรศัพท์ของเสวี่ยหมิงคงพังไปแล้ว
“โจวเฟิง...”
เดิมทีหลี่มั่วเสวียนไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องจุกจิกของใครนอกจากเรื่องของตัวเอง
แต่เสวี่ยหมิงก็นับว่าเป็นลูกน้องคนแรกที่เขารับเข้ามาใต้บังคับบัญชา
อีกฝ่ายกระทำย่ำยีเสวี่ยหมิงถึงเพียงนี้ ถึงขั้นฆ่าอย่างทารุณ
ไม่มากก็น้อยก็เหมือนกับการตบหน้าหลี่มั่วเสวียน
ยังไงเสีย ครั้งนี้เสวี่ยหมิงก็ออกไปทำธุระให้เขาถึงได้เกิดเรื่องขึ้น
หลี่มั่วเสวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
กลับเข้ามาในห้องแล้วกำชับกู้หย่าฉิงและคนอื่น ๆ:
“พวกคุณอย่าเพิ่งออกไปไหนตามอำเภอใจ เรื่องกินอยู่ให้ฉู่ชิวจัดการไปก่อน ฉันมีธุระต้องออกไปหน่อย ไม่ว่ามีอะไรก็รอให้ฉันกลับมาก่อนค่อยว่ากัน”
หลี่มั่วหลิงถามอย่างสงสัย:
