ลู่หลีง่วงมาก
“ฉันก็แค่มนุษย์ที่อยากตายแต่ตายไม่ได้” เขาขยี้ตา “ถึงเวลานอนของฉันแล้ว”
ปูผ้าปูที่นอนลงบนพื้น ลู่หลีเอนตัวลงนอนชิดมุมกำแพง
สองด้านเป็นผนังห้อง ล้อมรอบตัวเขาไว้
แบบนี้ทำให้รู้สึกปลอดภัย
เสียงทุ้มเย็นเยียบดังขึ้นเหนือศีรษะลู่หลี
“ป๋อซือ”
ลู่หลีเงี่ยหูฟัง “อะไรนะ”
“ชื่อของฉัน”
ป๋อซือนั่งลงที่ขอบเตียง ไม่มีทีท่าว่าจะเอนกายลงนอน
เขาส่งตำราเวทมนตร์โบราณกลับเข้าวงแหวนเคลื่อนย้าย แล้วหยิบเอกสารปึกหนา ปากกาขนนกหนึ่งด้าม และเชิงเทียนแกะสลักอันเล็กออกมาจากวงแหวน วางไว้บนโต๊ะเล็กข้างเตียง
ลู่หลีนอนมองเขา “ป๋อซือ ท่านทำอะไรอยู่”
ป๋อซือลากปลายนิ้วผ่านไส้เทียน เปลวไฟสีน้ำเงินหม่นก็ลุกพรึ่บขึ้นมาทันที ส่องสว่างตัวอักษรบนเอกสาร
“ทำงาน”
ลู่หลีอุทาน “ท่านไม่ใช่ราชันยมโลกตัวปลอมหรอกนะ ทำไมต้องทำงานล่วงเวลาด้วย”
ป๋อซือหักปากกาขนนกคามือ
สีหน้าเย็นชา หยิบปากกาด้ามใหม่ออกจากวงแหวนเคลื่อนย้าย
“หุบปากของแก”
วินาทีก่อนหน้านี้ เขายังอยู่ในวังของตน จัดการงานเอกสารและรายงานมากมายของยมโลก
วินาทีต่อมา ก็เพราะไอ้การจับสลากที่ชวนหัวเราะนี่ ดึงตัวผู้เล่นหน้าใหม่ของเขาออกมา และเปิดใช้[ราตรีเกม] ทำให้เขาต้องมานั่งอึดอัดอยู่ในห้องโทรม ๆ นี้ ใช้โต๊ะแคบจนวางแขนไม่ได้ แถมยังต้องสูดอากาศสกปรกในดันเจี้ยนระดับ Dต่ำต้อยที่สุด
เขาวงกลมลงบนเอกสารอย่างแรง เขียนคำวิจารณ์อย่างรุนแรง แล้วเอ่ยปากว่า
“ฉันจะหาวิธีให้แกได้ตายเสียที จากนั้นแกจะต้องไสหัวออกไปจากโลกเกมนี้ตลอดกาล ห้ามกลับมาอีก”
ชายหนุ่มที่ขดตัวอยู่ในมุมห้องจ้องมองเขา ได้ยินดังนั้นก็เม้มปากยิ้ม “ลำบากท่านแล้ว”
