ใช้เวลาอยู่ในมิติมาทั้งคืน พอออกมาก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก ตอนกำไลข้อมือส่งเสียงเตือน ฟ้าข้างนอกยังมืดสนิท
เสิ่นเฉียวปิดเสียงนาฬิกาปลุกทันที ก่อนออกจากมิติแล้วกลับไปนอนในรังหญ้าเล็ก ๆ
อากาศยามเช้าเย็นกว่าตอนกลางวันของเมื่อวานเล็กน้อย เธอตั้งใจจะนอนต่ออีกสักงีบ รอให้คนที่ออกไปเก็บของทยอยกลับกันเกือบหมดก่อนค่อยลงมือ
เธองีบหลับต่อไปอีกกว่าสองชั่วโมง เสียงข้างนอกค่อย ๆ เงียบลง เสิ่นเฉียวถึงลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน
เด็กสาวมีแปรงสีฟันอยู่เพียงด้ามเดียว ขนแปรงบานออกจากกัน ไม่รู้ทำจากขนอะไร สีดำคล้ำ ดูก็รู้ว่าใช้มานานมากแล้ว
ยาสีฟันเป็นเนื้อข้นในกระปุก สีเขียวเข้มจนมองไม่ออกว่าทำจากอะไร ดูพิกลอยู่ไม่น้อย
เธอใช้น้ำพุในมิติบ้วนปากแทน ถือเสียว่าแปรงฟันแล้ว พอไปถึงร้านขายของชำใกล้ ๆ ค่อยดูว่ามีแปรงสีฟันใหม่ขายหรือไม่
เธอเก็บบลูเบอร์รีสองลูกใส่อกเสื้ออย่างระมัดระวัง เปิดประตูแล้วเดินออกไป
แม้จะรู้สึกได้ว่ามีสายตาคอยมองสำรวจอยู่รอบตัว เธอก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย แล้วมุ่งหน้าไปยังร้านขายของชำที่อยู่ใกล้ที่สุด
ร้านขายของชำแห่งนี้ทั้งรับซื้อและขายสินค้า ราคารับซื้อสูงกว่าของทางการเล็กน้อย เพราะทางร้านมีช่องทางเฉพาะของตัวเอง
เหตุผลที่เธอเลือกร้านนี้ก็เพราะก่อนหน้านี้ของทุกอย่างในบ้านล้วนซื้อจากที่นี่
เดิมทีเจ้าของร้านเป็นทหารรับจ้าง แต่ขาข้างหนึ่งหายไปตอนออกปฏิบัติภารกิจครั้งหนึ่ง จึงไม่อาจอยู่ในกองทหารรับจ้างต่อได้ เขาเลยใช้เส้นสายที่มีเปิดร้านขายของชำแห่งนี้ ด้วยความซื่อสัตย์รักษาคำพูด ร้านจึงเปิดกิจการมานานกว่าสิบปีและค้าขายได้ดีมาก
