ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เสิ่นเฉียวเดินเข้าบ้านไปตรง ๆ แล้วปิดประตู
บ้านหลังนี้มีพื้นที่ไม่ถึง 10 ตารางเมตร ภายในว่างเปล่าแทบไม่มีอะไร มองปราดเดียวก็เห็นทั่วแล้ว
ไม่มีเตียง เพราะเจ้าของร่างเดิมยังไม่ทันได้จัดหาเตียงมาให้ ที่นอนของเธอเป็นกองหญ้าเล็ก ๆ ปูทับด้วยเสื่อที่ขาดเป็นรูอยู่บ้าง บนเสื่อมีผ้าห่มผืนเล็กที่ขาดรุ่งริ่งอีกผืน ผืนนี้เจ้าของร่างเดิมนำติดตัวมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เป็นผ้าห่มที่ใช้มาตั้งแต่เด็กจนโต
ส่วนผ้านวมหนาสำหรับฤดูหนาวนั้นไม่มี
ตอนอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พอถึงฤดูหนาว เด็กหลายคนต้องเบียดกันนอนบนเตียงเตาเดียวกัน แล้วแบ่งผ้าห่มกันสองสามคนต่อผืน เพราะทางสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามีผ้านวมหนาไม่พอให้ทุกคน
ยิ่งไปกว่านั้น นอนรวมกันหลายคนก็อุ่นกว่า ฤดูหนาวอุณหภูมิลดลงเร็วมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน หากเผลอพลาดไปเพียงนิดเดียว อาจหลับแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย
ตอนเธอออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผ้านวมหนาพวกนั้นต้องเก็บไว้ให้น้อง ๆ ที่ยังอยู่ที่นั่น
นั่นหมายความว่าก่อนฤดูหนาวมาถึง เธอต้องหาแต้มด้วยตัวเอง แล้วซื้อผ้านวมหนา ไม่อย่างนั้นคงผ่านฤดูหนาวไปไม่ได้แน่
แน่นอนว่าเสื้อบุนวมหนาก็จำเป็น เสื้อที่เจ้าของร่างเดิมใส่อยู่หมดสภาพจนกันหนาวไม่ได้แล้ว พอถึงฤดูหนาวก็ต้องซื้อใหม่ นี่เป็นรายจ่ายแต้มอีกก้อนหนึ่ง ไหนจะอุปกรณ์ให้ความอบอุ่นที่ต้องซื้ออีก
