นอนยาวจนฟ้าสาง สายรัดข้อมือก็ดังขึ้นตรงเวลา
เวลาที่นัดกับเสี่ยวจูว่าจะไปเยี่ยมถึงบ้านคือช่วงบ่าย ดังนั้นตอนเช้าเสิ่นเฉียวยังมีเวลาออกไปเก็บของ
ครั้งนี้เธอไม่คิดจะไปไกลนัก และไม่อยากไปเบียดเสียดกับคนอื่นด้วย หลังเดินตามฝูงชนไปช่วงหนึ่ง เธอก็เลี้ยวไปอีกทางทันที
เดินต่อไปกว่าสิบนาที ผู้คนรอบข้างก็ค่อย ๆ เบาบางลง จนกระทั่งไม่เหลือใครสักคน เสิ่นเฉียวถึงหยุดฝีเท้า
เบื้องหน้าคือผืนป่าทึบมาก พอเดินเข้าไป กลิ่นฉุนรุนแรงก็โชยเข้าจมูก ที่สำคัญคือกลิ่นนี้คุ้นเคยอย่างยิ่ง ราวกับเธอเคยได้กลิ่นมาก่อนในความทรงจำ น้ำลายเริ่มสอขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัว
เสิ่นเฉียวประหลาดใจ สิ่งใดกันที่ทำให้เธอรู้สึกว่ามันเหม็นมาก แต่กลับน้ำลายสอโดยไม่รู้ตัวได้
ยิ่งเข้าใกล้ กลิ่นในอากาศก็ยิ่งเข้มข้น จนทำให้คนเวียนหัวตาลาย
เสิ่นเฉียวพบด้วยความประหลาดใจว่าเธอไม่เจอสัตว์กลายพันธุ์เลยสักตัว แม้แต่นกหรือแมลงก็ไม่มี
หลายวันก่อนเธออยู่แถวสระน้ำทุกวัน จึงได้เจอนกกับแมลงไม่น้อยในแต่ละวัน
นกกับแมลงในยุคดินแดนรกร้างต่างก็รับมือยากขึ้นมาก โดยเฉพาะแมลงน่ารังเกียจพวกนั้น แทบจะมีอยู่ทุกหนแห่ง ที่สำคัญคือแมลงเหล่านี้มีพิษอยู่ไม่น้อย เพราะฉะนั้นเวลาออกไปไหนมาไหนจึงต้องระวังพงหญ้ากับพุ่มไม้เป็นพิเศษ
แต่ในป่าที่ดูหนาทึบแห่งนี้กลับไม่มีแมลงสักตัว ช่างแปลกจริง ๆ
หรือว่านกกับแมลงจะกลัวกลิ่นนี้ เลยหนีไปไกลกันหมดแล้ว?
การค้นพบนี้ทำให้เสิ่นเฉียวยิ่งตื่นเต้น ต่อให้สิ่งที่เจออีกเดี๋ยวกินไม่ได้ เธอก็ต้องหาทางเอากลับไปให้ได้สักหน่อย
