อาจเพราะเข้าใกล้เขตปลอดภัยมากขึ้น ร่องรอยการเคลื่อนไหวของมนุษย์จึงเริ่มมีให้เห็นมากขึ้นด้วย
ไม่นานนัก เสิ่นเฉียวก็พบคนเก็บของป่าประปรายอยู่กลางแจ้งหลายคน
คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในยุคดินแดนรกร้างก็ไม่ได้มีชีวิตดีกว่าคนที่อยู่ในวันสิ้นโลกเท่าไรนัก
ทุกคนสีหน้าเฉยชา ใบหน้าซูบซีด
สภาพเช่นนี้เธอเห็นจนชินแล้วตอนอยู่ในวันสิ้นโลก จึงไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร
อย่างไรเสีย ตอนนี้สภาพของเธอก็ไม่ต่างจากคนที่ออกมาเก็บของป่าพวกนั้นนัก
เอาเข้าจริง ดูน่าเวทนายิ่งกว่าด้วยซ้ำ แค่เห็นก็รู้ว่าเธอเพิ่งถูกสัตว์กลายพันธุ์โจมตีมา ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่นและคราบเลือดสีแดงคล้ำ
คนเก็บของป่าหลายคนเห็นสภาพของเสิ่นเฉียวแล้วก็อดถอยห่างออกไปไม่ได้
เมื่ออยู่ในบริเวณที่มีผู้คนเคลื่อนไหว เธอก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง จึงผ่อนฝีเท้าลง เพราะเหนื่อยจนแทบไม่ไหวแล้ว
ช่วงเวลาที่รังสีเข้มข้นกำลังจะมาถึง เธอต้องหาที่หลบภัยให้ได้โดยเร็ว เพื่อหลบช่วงรังสีสูงและพักสักครู่
ถ้ายังไม่พัก เธอรู้สึกว่าตัวเองคงได้ตายจริง ๆ แผลที่หลังยังไม่หายดี ประกอบกับร่างกายนี้มีสภาพไม่แข็งแรงนัก เดินสลับวิ่งรวดเดียวมาหลายสิบกิโลเมตร ย่อมเหนื่อยแทบขาดใจ
เมื่อช่วงเวลาที่รังสีเข้มข้นมาถึง เสิ่นเฉียวก็พบต้นไม้ใหญ่ที่ช่วยหลบแสงรังสีได้อย่างรวดเร็ว แต่ใต้ต้นไม้มีคนอยู่ก่อนแล้ว ดูท่าจะเป็นกลุ่มคนที่ออกมาเก็บของป่า
เสิ่นเฉียวไม่ได้ใส่ใจ เพราะต้นไม้นี้ใหญ่มาก มีพื้นที่พอให้คนหลบแสงแดดได้เหลือเฟือ
เธอหาที่ว่างนั่งลง คนรอบข้างไม่มีใครแม้แต่จะเงยหน้า ทุกคนยุ่งอยู่กับงานในมือ พวกเขาตรวจพืชที่เก็บมาอย่างไร้ชีวิตชีวา เสียงเครื่องตรวจดังติ๊ด ๆ อยู่ข้างหูเสิ่นเฉียวเป็นระยะ
