เดินลึกเข้าไปในป่าอีกพักใหญ่ เสิ่นเฉียวก็ไม่พบต้นทุเรียนต้นที่สองอีกเลย
เธอคิดว่าต้นทุเรียนเพียงต้นเดียวนี้ คงเกิดจากนกกลายพันธุ์ตัวใหญ่สักตัวกินผลทุเรียนเข้าไป แล้วเมล็ดร่วงปนมากับมูล ก่อนจะงอกเติบโตขึ้นที่นี่
ไม่รู้ว่าต้นทุเรียนต้นอื่นอยู่ที่ไหน แต่ต้นที่พบวันนี้ก็ทำให้เธอได้ผลผลิตมากมายแล้ว ทุเรียนในมิติส่วนตัวคงพอให้กินไปได้อีกนาน
น่าเสียดายที่มีแค่ต้นเดียว เธอยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะรายงานเรื่องที่พบนี้หรือไม่
ถ้ารายงานไปแล้วเขตปลอดภัยจะขอซื้อทุเรียนของเธอล่ะ?
จะขายหรือไม่ขายดี?
เธอทำใจขายไม่ลง
ถ้าต่อจากนี้หาไม่เจอต้นทุเรียนอีก ทุเรียนที่มีอยู่ในมิติส่วนตัวก็จะกลายเป็นของหายากที่ไม่มีอีกแล้ว ขายให้เขตปลอดภัยไปก็หมดกัน
แต่เสิ่นเฉียวคิดว่า ในเมื่อที่นี่ปลูกต้นทุเรียนขึ้นมาได้หนึ่งต้น บางทีอาจมีต้นที่สองได้เหมือนกัน
อย่างมากพอกินหมดแล้ว เธอก็ฝังเมล็ดทุเรียนไว้ที่นี่ บางทีมันอาจงอกเป็นต้นที่สองก็ได้ เธอจำได้ว่าต้นทุเรียนปลูกให้รอดค่อนข้างยาก ต่อให้รอดมาได้ก็ใช่ว่าจะออกผลเสมอไป
กว่าจะมีต้นทุเรียนต้นใหม่เติบโต ออกดอกออกผล ไม่รู้ต้องรออีกกี่ปี
สิ่งที่เสิ่นเฉียวไม่รู้ก็คือ วัฏจักรการเติบโตของพืชในโลกดินแดนรกร้างเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว
ต้นทุเรียนที่เป็นไม้ยืนต้น ตอนนี้ใช้เวลาเพียงปีเดียวก็โตขึ้นได้ ทั้งยังออกดอกออกผล
ส่วนสาเหตุที่แถวนี้มีต้นทุเรียนเพียงต้นเดียว ก็เป็นอย่างที่เธอคิดจริง ๆ เมล็ดถูกนกแมลงกลายพันธุ์ขนาดใหญ่พามาจากที่ไกล
ก่อนหน้านี้ในเขตตะวันออกไม่มีต้นทุเรียนขึ้นอยู่เลย ต้นที่เธอพบก็เพิ่งเติบโตขึ้นในปีนี้เอง
(แม้เขตตะวันออกเดิมจะเป็นดินแดนของประเทศหัว และครั้งหนึ่งเคยมีต้นทุเรียนอยู่ แต่ในช่วงแรก ๆ ต้นทุเรียนที่ปลูกไว้ก็เหี่ยวตายไปนานแล้ว เพราะภัยพิบัติอย่างความหนาวจัดและความร้อนระอุ)
