อาจเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ สายตาที่จับจ้องเสิ่นเฉียวอยู่ก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
ถึงอย่างไร คนที่คิดจะปล้นก็ไม่อาจเล็งเอาแค่ใบหญ้าใบเดียว
แม้ดินแดนรกร้างจะยากลำบากเพียงใด ขอแค่ยอมลงแรง อย่างน้อยก็ยังพอหาพืชกินได้มาบ้าง
นี่แหละโลกดินแดนรกร้าง มอบทั้งความสิ้นหวังอันไร้ที่สิ้นสุด และความหวังที่ไม่มีวันหมดให้ผู้คน
เสิ่นเฉียวกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยตลอดทาง แล้ววางตะกร้าสะพายลง
เธอดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง ก่อนจะหิ้วถังไปบ่อน้ำ วันนี้กลับมาค่อนข้างช้า จึงมีคนต่อแถวยาวเหยียดอยู่ข้างบ่อน้ำแล้ว
“เสี่ยวเฉียว!”
จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้น เสิ่นเฉียวหันไปตามเสียง แล้วเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง
ในมืออีกฝ่ายก็หิ้วถังน้ำอยู่ ผมออกเหลืองแห้งเล็กน้อย แต่สีหน้าดูดี เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สะอาด ไม่มีรอยปะ
เสิ่นเฉียวค้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ไม่นานก็จับคู่ชื่อกับคนตรงหน้าได้
เด็กสาวคนนี้เคยอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเดียวกับเจ้าของร่างเดิม ชื่อเสี่ยวจู อายุมากกว่าเจ้าของร่างเดิมหนึ่งปี
ทั้งสองเคยพักห้องเดียวกับเด็กสาวอีกสามคน และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
เสี่ยวจูก็เหมือนเสิ่นเฉียว เธอปลุกพลังพิเศษไม่สำเร็จทั้งสองครั้ง จึงออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตอนอายุ 18 ปี
หลังจากนั้นทั้งคู่ยังติดต่อกันมาตลอด เพียงแต่ใช้ชีวิตอยู่คนละเขต จึงไม่เคยได้พบหน้า คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอกันที่นี่
ดูจากสภาพของเสี่ยวจูแล้ว ชีวิตน่าจะไปได้ดี
เจ้าของร่างเดิมไม่มีเพื่อนมากนัก ความสัมพันธ์กับเด็ก ๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็แค่ธรรมดา มีเพียงเด็กสาวที่ชื่อเสี่ยวจูคนนี้ที่สนิทกันมากหน่อย
