เมื่อเนื้อหมีคำแล้วคำเล่าถูกกลืนลงท้อง หวังเถี่ยจู้ก็สัมผัสได้อย่างรวดเร็วถึงความพิเศษของมัน
กระแสอุ่นสายหนึ่งไหลจากกระเพาะอาหาร แผ่ไปทั่วร่าง
ขาซ้ายที่ชาไปบ้างเพราะเสียเลือดและเจ็บปวด พลันค่อย ๆ รู้สึกร้อนขึ้น
โดยเฉพาะบริเวณกระดูกที่หัก กลับมีความรู้สึกซ่า ๆ ชา ๆ แล่นขึ้นมา
ราวกับมีบางสิ่งกำลังงอกขึ้นมา
ไม่เพียงความเจ็บปวดที่ฝังลึกถึงกระดูกจะทุเลาลงไปมาก สมองที่เคยเชื่องช้าเพราะเสียเลือดมากเกินไปก็กระจ่างปลอดโปร่งขึ้นไม่น้อย
เขามองเสิ่นเยว่ด้วยความประหลาดใจ “เนื้อหมีนี่...”
“หมีผ่าขุนเขาตัวนี้กลายเป็นสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ไปแล้ว เนื้อของมันจึงมีพลังงานมหาศาล กินแล้วช่วยเพิ่มพละกำลังให้พวกเราได้”
เสิ่นเยว่เองก็ตักเนื้อใส่ชาม นั่งกินช้า ๆ อยู่ข้างกองไฟ
พอได้ยินเธอพูดเช่นนั้น หวังเถี่ยจู้ก็อดตกใจไม่ได้ ก่อนรีบถามว่า “งั้นที่คุณแรงเยอะขนาดนี้ ก็เพราะกินเนื้อหมีนี่เหรอ?”
“ก็ประมาณนั้น!” เสิ่นเยว่หลุบตาลง อืม พละกำลังส่วนใหญ่ของเธอมาจากหมีผ่าขุนเขาตัวนี้ เธอไม่ได้โกหกเสียหน่อย
หวังเถี่ยจู้ไม่ถามต่อ เขาก้มหน้ากินเนื้อในชามคำโต ๆ
เนื้อหมีที่อร่อยอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งชวนให้เจริญอาหารขึ้นไปอีก
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดน้ำลายสอจนแทบอดใจไม่ไหว พอเห็นหวังเถี่ยจู้ก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย ก็ยิ่งหิวหนักกว่าเดิม
