เหลืออีก 2 วันก็จะถึงการจัดอันดับประเทศประจำสัปดาห์แล้ว
แม้ประเทศมังกรจะมีหวังเถี่ยจู้ ยอดทหารผู้ทะยานขึ้นไปอยู่อันดับ 2 ของการจัดอันดับบุคคล แต่เพราะเธอ การจัดอันดับประเทศจึงยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ดังนั้นต้องรีบลงมือแล้ว
เสิ่นเยว่ปิดหน้าต่าง สีหน้าแน่วแน่ขึ้นหลายส่วน
เมื่อมีระบบหมื่นพนาอยู่ในมือ ขอเพียงสังหารสิ่งมีชีวิตต่อไปเรื่อย ๆ เธอก็จะแข็งแกร่งขึ้นได้ไม่หยุด
เสิ่นเยว่ยกหม้อน้ำแกงงูที่ต้มสุกแล้วลงจากกองไฟ วางพักไว้ข้าง ๆ ให้คลายร้อน
เธอมองไปยังทะเลสาบที่อยู่ไกลออกไป
ระหว่างทาง เธอเห็นเป็ดป่าไม่น้อยเลย
พรุ่งนี้กินเนื้อเป็ดดีกว่า!
“อื๊ด!”
เสียงของพี่หัวแบนดึงเสิ่นเยว่กลับจากภวังค์
พอก้มลงก็เห็นพี่หัวแบนหุบขาข้างหนึ่ง เดินกะเผลกวนไปวนมารอบหม้อ
เห็นได้ชัดว่าเจ้านี่ฉวยจังหวะที่เสิ่นเยว่เผลอแอบกิน จนเอาอุ้งเท้าหน้าไปโดนหม้อลวกเข้า
“เจ้านี่ตะกละจริง ๆ!”
มิน่าถึงยอมเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอเพียงเพราะเนื้องูเสียบไม้หนึ่งไม้
แต่ทำไมอารยธรรมชั้นสูงถึงเรียกมันว่าแบดเจอร์น้ำผึ้งสายฟ้ากันนะ
หรือมันจะมีทักษะอะไรที่เธอยังไม่รู้?
เสิ่นเยว่เปิดฝาหม้อด้วยความสงสัย ใช้ตะเกียบไม้คีบเนื้องูขึ้นมาสองสามชิ้น วางไว้ตรงหน้ามัน
ส่วนตัวเองก็นั่งกินอาหารอร่อย ๆ ไปพลาง ชมจันทร์ที่ลอยขึ้นมาแล้วไปพลาง
หลายสิ่งในโลกบรรพกาลคล้ายกับดาวสีน้ำเงินมาก
แต่สัตว์ในโลกนี้ ไม่ว่าจะรูปร่างหรือล้วนมีสติปัญญาสูงกว่าบนดาวสีน้ำเงินอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่แค่งูพิษที่ลอบโจมตีเธอเมื่อเช้า แม้แต่พี่หัวแบนที่อยู่ข้างกายก็เป็นเพียงสัตว์ตัวเล็ก แต่กลับมีสติปัญญาเทียบเท่าเด็กอายุ 3-4 ขวบ
แล้วเสียงคำรามกึกก้องในป่านั่นล่ะ เป็นเสียงของสัตว์อะไรกัน?
โลกนี้อันตรายกว่าที่เธอคิดไว้มาก...
เสิ่นเยว่ฟังเสียงปะทุเปรี๊ยะ ๆ จากกองไฟเป็นระยะ ดึงเสื้อผ้ามากระชับร่าง ก่อนหลับตาลง
ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน เสียงคำรามกึกก้องพลันทำลายภาพอันอบอุ่นหาได้ยากนี้ลง
เสิ่นเยว่ลืมตาพรึ่บ
ถึงได้รู้ว่ากองไฟดับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“ฮึ่ก ๆ...”
พี่หัวแบนก็ตื่นแล้วเช่นกัน มันโก่งตัวขึ้น จ้องไปทางไกลอย่างระแวดระวัง
เสิ่นเยว่เงยหน้ามอง ก็เห็นเงาร่างมหึมาตนหนึ่งเดินลงมาจากป่าเขา อาศัยแสงจันทร์นำทาง
นั่นมันตัวอะไรกัน?
เสิ่นเยว่รีบปิดปากพี่หัวแบน อุ้มมันขึ้นมา เปิดใช้พรางตัว แล้วแนบตัวชิดเข้าไปในรอยแยกของหิน
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างตึงเครียดสุดขีด
“พระเจ้า! สัตว์ร้ายตัวนั้นมันอะไรกัน ใหญ่ราวกับภูเขาลูกย่อม ๆ เลย!”
“เสิ่นเยว่จะไม่เป็นไรใช่ไหม! สัตว์ร้ายตัวใหญ่ขนาดนี้ แค่ร่างเล็ก ๆ ของเสิ่นเยว่คงไม่พอให้มันเคี้ยวด้วยซ้ำ!”
“หุบปาก! เสิ่นเยว่ซ่อนตัวได้ดีมาก กองไฟก็ดับแล้ว สัตว์ร้ายไม่มีทางเจอเธอหรอก!”
ห้องถ่ายทอดสดทางการของประเทศมังกร
ฉินเฟิงสั่งการอย่างรวดเร็ว “สลับภาพไปยังห้องถ่ายทอดสดหมายเลข 10 จอใหญ่!”
เมื่อเขาสั่งจบ จอภาพขนาดใหญ่ตรงกลางก็สว่างขึ้น พร้อมภาพจากห้องถ่ายทอดสดที่เสิ่นเยว่อยู่
“วิเคราะห์สถานการณ์ของสัตว์ยักษ์เดี๋ยวนี้ หากจำเป็น ให้ความช่วยเหลือสหายเสิ่นเยว่”
“รับทราบ!”
สมาชิกทุกคนตอบรับพร้อมกัน
อารยธรรมชั้นสูงมีกฎว่า ประเทศของผู้เอาชีวิตรอดสามารถให้ความช่วยเหลือพวกเขาได้ในยามวิกฤต
แต่ทุกครั้งจะต้องใช้แต้มชะตาประเทศ 10 แต้ม
หากแต้มชะตาประเทศต่ำกว่า 20 แต้ม ประเทศนั้นจะถูกลบหายไป
ตอนนี้แต้มชะตาประเทศของประเทศมังกรยังเหลือ 70 แต้ม
หากมีผู้เอาชีวิตรอดตายเกิน 3 คน ประเทศทั้งประเทศก็จะสูญสิ้นไป
ไม่นานข้อมูลของสัตว์ยักษ์ก็ปรากฏขึ้น
สมาชิกคนหนึ่งรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า
“เป็นหมีผ่าขุนเขา พละกำลังทั่วร่างของมันมากพอจะเปิดภูเขา ผ่าหินได้”
“อย่าว่าแต่มนุษย์เลย ต่อให้เป็นหมีบนดาวสีน้ำเงินสิบตัวรวมกัน ก็ยังไม่ใช่คู่มือของมัน”
“ดูท่าความหวังที่สหายเสิ่นเยว่จะสร้างที่พักพิงที่นี่คงพังทลายแล้ว”
จะยอมแพ้เรื่องสร้างที่พักพิงที่นี่งั้นหรือ?
เสิ่นเยว่มองหมีผ่าขุนเขาก้าวย่างจนพื้นสะเทือน ก่อนจะมุดเข้าไปในถ้ำบนหน้าผาสูงชัน
ในใจเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้
เธอเดินวนอยู่ในป่ามา 2 วันแล้ว
กว่าจะเสี่ยงตายมาพบสถานที่เหมาะที่สุดสำหรับสร้างที่พักพิงแห่งนี้ได้
จังหวะนั้นเอง สายลมพัดผ่าน กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นก็ลอยมา
ดวงตาเสิ่นเยว่เป็นประกาย
หมีตัวนี้บาดเจ็บหรือ?
กลิ่นคาวเลือดรุนแรงขนาดนี้ บาดแผลคงหนักไม่น้อย
จะ...ลองเสี่ยงดูดีไหม?
เสิ่นเยว่กำขวานในมือแน่น ใจเริ่มฮึกเหิม
ขอเพียงฆ่าหมีตัวนี้ได้ นอกจากจะยึดพื้นที่ตรงนี้ไว้แล้ว กลไกคืนรางวัลของอารยธรรมชั้นสูงกับรางวัลจากระบบหมื่นพนาก็ต้องมหาศาลแน่
ที่สำคัญที่สุดคือ แต้มของหมีตัวนี้มากพอจะดันอันดับของเธอให้ติด 10 อันดับแรกได้แน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เสิ่นเยว่ก็วางพี่หัวแบนลง ส่งสัญญาณให้มันอยู่นิ่ง ๆ
จากนั้นเธอเปิดใช้พรางตัว แล้วอาศัยแสงจันทร์ย่องไปยังจุดที่หมีผ่าขุนเขาหายเข้าไป
“เธอกำลังทำอะไร?”
ในห้องถ่ายทอดสดทางการ
พนักงานเห็นการกระทำของเสิ่นเยว่แล้วก็ร้องออกมาด้วยความตกใจทันที
“นั่นมันหมีผ่าขุนเขานะ! ตัวที่ตบหินยักษ์แตกได้ด้วยฝ่ามือเดียว สหายเสิ่นเยว่ไม่รักชีวิตแล้วหรือไง?”
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่าง ๆ ก็พากันร้องตกใจ
“อย่าหุนหันพลันแล่นสิ! นั่นมันหมีนะ!”
“เสิ่นเยว่คงไม่ได้คิดว่าฆ่างูได้สองตัวเพราะพี่หัวแบน แล้วจะไปดวลกับหมีตัวใหญ่ได้หรอกนะ!”
“เหลิงแล้ว เสิ่นเยว่เหลิงไปแล้วจริง ๆ! คิดว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์หรือไง?”
ผู้ชมจากต่างประเทศบางคนก็ส่งเสียงเยาะเย้ย
【ประเทศหานใหญ่. พัคพัคเล่อ】: “บ้าจริง ผู้หญิงก็เป็นได้แค่ผู้หญิง ฆ่างูได้สองตัวแล้วคิดว่าตัวเองไร้เทียมทานหรือไง?”
【ประเทศซากุระ. ซูงิโนะ ฮายะ】: “โยชิ ผู้หญิงจากประเทศมังกรคนนี้จบเห่แล้ว ต่อให้พระเจ้าก็ช่วยเธอไม่ได้!”
เสิ่นอวี๋มองเสิ่นเยว่ที่กำลังย่องเข้าไปหาหมีผ่าขุนเขา มุมปากยกยิ้มอย่างเคียดแค้น “เข้าไปเลย! เสิ่นเยว่ ขอให้แกถูกหมีตัวนั้นกัดตายตั้งแต่คำเดียว แกควรตายไปนานแล้ว มีแต่แกตาย ลู่เฉิงเกอเกอถึงจะเลิกนึกถึงแก!”
ทำไมกัน?
ทำไมเสิ่นเยว่สารเลวคนนี้ถึงเก่งกว่าเธอทุกอย่างมาตั้งแต่เด็ก?
แม้แต่ละครเรื่องเดียวกัน ทั้งที่เธอเป็นนางเอกแท้ ๆ
เสิ่นเยว่รับบทสมทบแท้ ๆ แต่คนที่ดังกลับเป็นเธอ!
ก็แค่ผู้หญิงแพศยาที่ใช้หน้าตายั่วยวนคนอื่น สมควรตายไปนานแล้ว!
โลกบรรพกาล
เสิ่นเยว่พรางตัวมาถึงด้านนอกถ้ำของหมีผ่าขุนเขาแล้ว
ตอนนี้เธออยู่ห่างจากหมีเพียงไม่กี่สิบเมตร
เธอฟังเสียงคำรามต่ำ ๆ อย่างเจ็บปวดและอ่อนแรงของหมีในถ้ำ พลางมองเลือดเหนียวข้นใต้เท้า
เสียเลือดไปมากขนาดนี้ บาดแผลของหมีคงหนักไม่น้อยแน่
เสิ่นเยว่ครุ่นคิด ก่อนถามในใจว่า “ระบบหมื่นพนา ช่วยดูข้อมูลของหมีตัวนี้ให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
วินาทีถัดมา หน้าต่างข้อมูลของหมีผ่าขุนเขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเสิ่นเยว่
【สิ่งมีชีวิต: หมีผ่าขุนเขา】
【พละกำลัง: 280】
【ความว่องไว: 170】
【สภาพจิตใจ: 150】
【คำเตือน: หมีผ่าขุนเขาอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส สภาพร่างกายเหลือเพียง 20%】
20%?
หัวใจเสิ่นเยว่เต้นถี่ขึ้น
นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากในรอบพันปีอย่างแน่นอน
หากพลาดโอกาสนี้ เธอไม่เพียงจะเสียแต้มสังหารที่อาจได้จากการฆ่าหมีตัวนี้และรางวัลตอบแทนไป แต่ยังต้องเสียทำเลที่พักพิงชั้นยอดแห่งนี้ด้วย
ต้องฆ่าหมี แต่ไม่ใช่ตอนนี้
ตอนนี้ในมือเธอมีแค่ขวานเล่มเดียว
เพราะอย่างนั้น เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อน
