คนพวกนี้ไม่สนใจความจริงเลยสักนิด พวกเขาสนใจแค่ผลงาน
“พาตัวไป!!”
ระหว่างเดินผ่านโจวฮ่าว เขาก็โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูอีกฝ่ายด้วยเสียงที่มีเพียงสองคนได้ยินว่า “เห็นหรือยัง? นี่แหละอำนาจ…”
กู้เฉินซินได้ยินดังนั้น จึงจ้องเขาเขม็ง แต่เจ้าหน้าที่รักษาความสงบที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับผลักเขาอย่างแรง จนร่างทั้งร่างกระแทกเข้าไปในรถ
เวลานั้นภาพจากกระจกย้อนแสงก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
ภายในห้องสอบสวนของสำนักรักษาความสงบ กู้เฉินซินมองกำแพงสีขาวทั้งสี่ด้าน เหนือศีรษะมีหลอดไฟสว่างจ้า เขาถูกใส่กุญแจมือไว้กับเก้าอี้เหล็ก มือทั้งสองถูกมัดไพล่หลัง ส่วนเท้าก็ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา
เขานั่งอยู่ที่นี่มา 6 ชั่วโมงแล้ว ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร และไม่มีใครมาสอบปากคำ
“โครม—”
ทันใดนั้น ประตูเหล็กก็ถูกผลักเปิดจากด้านนอก กู้เฉินซินเงยหน้ามองผู้มาใหม่ เห็นจ้าวเถี่ยซาน หัวหน้าทีมคนนั้น ถือถ้วยชาร้อนเดินเข้ามาแล้วนั่งลงตรงข้ามเขา ทว่าสายตาไม่เคยจับจ้องมาที่กู้เฉินซินเลย
“คิดได้หรือยัง?”
ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเถี่ยซานถึงได้เอ่ยปากขึ้นในที่สุด
“คิดเรื่องอะไร?” กู้เฉินซินพูดเสียงแหบ “ผมไม่ได้ฆ่าคน ผมถูกใส่ร้าย”
จ้าวเถี่ยซานได้ยินดังนั้นก็วางถ้วยชา ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนลุกขึ้นเดินมาหากู้เฉินซิน แล้วตบหน้าเขาอย่างแรงโดยไม่ทันให้ตั้งตัว
“เพียะ!”
ศีรษะของกู้เฉินซินสะบัดไปด้านหนึ่ง มุมปากค่อย ๆ มีเลือดซึมออกมา
“ฉันถามอีกครั้ง” เสียงของจ้าวเถี่ยซานดังขึ้นอีกหน “คิดได้หรือยัง?”
“ผม…ไม่ได้…” เขากัดฟันตอบ
“เพียะ!!”
จ้าวเถี่ยซานได้ยินแล้วก็ยกมือขึ้นตบหน้าเขาอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าครั้งก่อน กู้เฉินซินรู้สึกว่าสติเริ่มพร่าเลือน กลิ่นคาวเลือดแผ่ซ่านอยู่ในปาก
