เสิ่นว่านชวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ไปเมืองเทียนหนานสักเที่ยว แต่ไม่ใช่ไปร่วมงานประมูล ไปเยี่ยมตระกูลซูต่างหาก”
เสิ่นอวิ๋นฟานฟังแล้วรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “พ่อครับ เราไม่ไปร่วมงานประมูลหรือ?”
เสิ่นว่านชวนส่ายหน้า “งานประมูลครั้งนี้ พวกเราไม่มีทางได้อะไรกลับมาแน่”
เสิ่นอวิ๋นฟานไม่เข้าใจ “ทำไมครับ?”
“ของล้ำค่าเกินคาดเช่นนี้ ตระกูลเก่าแก่อย่างร็อกกี้เฟลเลอร์ รอธไชลด์ และมอร์แกนจากประเทศเอ็ม ราชวงศ์ของประเทศวาย รวมถึงกลุ่มทุนมิตซุยจากประเทศอาร์ และเหล่าขุนนางจากอาณาจักรน้ำมัน ย่อมต้องมาร่วมงานแน่”
“แม้แต่ตระกูลตัวแทนลึกลับพวกนั้นก็คงมาเช่นกัน ถึงตอนนั้นราคาประมูลอย่างต่ำก็เป็นแสนล้าน หรืออาจสูงถึงหลายล้านล้านต่อเม็ด พวกเราไม่จำเป็นต้องไปแย่ง”
“เราควรไปทำเรื่องที่มีค่ามากกว่าการเข้าร่วมงานประมูล...”
พอได้ยินถึงตรงนี้ เสิ่นอวิ๋นฟานก็เข้าใจทันที
“ก็คือไปเยี่ยมตระกูลซู” เสิ่นอวิ๋นฟานตอบ
“ถูกต้อง”
เสิ่นว่านชวนพยักหน้า “ถึงตอนนั้นเอาของขวัญชิ้นใหญ่มาด้วย ในนามตระกูลเสิ่นของเรา ไปเยี่ยมซูเหวินหยวนประมุขตระกูลซู ไม่ต้องพูดอะไร ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องใดทั้งนั้น แค่ไปเยี่ยมเขาเฉย ๆ แล้วแสดงความยินดีที่ตระกูลซูผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้ก็พอ”
เสิ่นอวิ๋นฟานพลันกระจ่าง “พ่ออยากอาศัยตระกูลซู ส่งสัญญาณเป็นมิตรไปถึงกู้เฉินซินทางอ้อมหรือครับ?”
“ฉลาดมาก” เสิ่นว่านชวนมองลูกชายด้วยความชื่นชม “ตอนนี้คนที่กู้เฉินซินใส่ใจที่สุดก็คือซูหว่านฉิง การดีกับตระกูลซูก็เท่ากับดีกับเขา เขาย่อมจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้ในใจ”
