กู้เฉินซินมองท่าทางเปี่ยมความคาดหวังของเธอ แล้วเอ่ยเรียบ ๆ ว่า “แต่เธอต้องบำเพ็ญให้ถึงขั้นแก่นทองก่อน”
ซูหว่านฉิงได้สติกลับมาทันที กำหมัดแน่น “วางใจได้เลย! ฉันทำได้แน่!”
เธอก้มมองแตงโมในมือ ก่อนจะเงยหน้ามองกู้เฉินซินอีกครั้ง “เฉินซิน นายว่า...ถ้าฉันบำเพ็ญถึงขั้นแก่นทองแล้ว จะช่วยนายได้ไหม?”
กู้เฉินซินชะงักไป
เขาไม่คิดว่าเธอจะถามคำถามนี้
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวช้า ๆ ว่า “ขั้นแก่นทองเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในโลกบำเพ็ญเซียน ศัตรูที่ฉันต้องเผชิญแข็งแกร่งกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของซูหว่านฉิงก็หม่นลง
แต่เธอก็ฮึดสู้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ไม่เป็นไร ต่อให้ช่วยนายไม่ได้ ฉันก็จะพยายามบำเพ็ญให้เต็มที่ อย่างน้อยฉันก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของนาย”
คำพูดนั้นฟังดูเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจของกู้เฉินซินไหววูบเล็กน้อย
เขามองเด็กสาวตรงหน้า มองแววตาจริงจังของเธอ
จู่ ๆ ก็รู้สึกว่า บางทีการสอนเธอบำเพ็ญเพียรอาจเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด นับตั้งแต่เขากลับมาเกิดใหม่
“ได้” เขาพยักหน้า มุมปากเผยรอยยิ้มบางเบาแทบมองไม่เห็น “งั้นฉันจะรอวันที่เธอได้เป็นผู้ช่วยของฉัน”
ซูหว่านฉิงพยักหน้าอย่างแรง ก่อนก้มหน้ากัดแตงโมต่อ น้ำแตงโมไหลจากมุมปากลงมาตามคาง แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลย
กู้เฉินซินมองท่าทางไม่สำรวมของเธอ แล้วส่ายหน้าอย่างจนใจ
ทว่าลึกลงไปในดวงตา กลับซ่อนความอ่อนโยนบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันสังเกต
