คำพูดนี้ เห็นได้ชัดว่าต่อเนื่องจากความฝันของเสิ่นชิงหลี อ่อนโยน แต่หนักแน่น!
น้ำเสียงเหมือนจ้าวเยว่ไม่มีผิด ทว่าความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวนั้น ต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ท่านแม่...”
เสิ่นชิงหลีหลุดปากเรียก
เสิ่นคว่อตะลึงเล็กน้อย “อาหลี?”
เสิ่นชิงหลีมองไปรอบด้าน ไม่มี “คน” อยู่เลย
แต่นางแน่ใจว่าตนได้ยินเสียงของมารดา
ภาพในความฝันตอนนั้น ลอยขึ้นตรงหน้านางอีกครั้ง ราวกับเหตุการณ์ถูกจำลองซ้ำ
ทว่านอกจากประโยคการแลกเปลี่ยนที่เพิ่งได้ยินนั้น ภาพเหตุการณ์ก็ไม่มีอะไรต่อเนื่องเพิ่มอีก
กระนั้น นี่ก็เพียงพอจะชี้ว่า จงหมิงหลานรู้ชะตากรรมของตน และรู้แผนการของจ้าวเยว่!
“อาหลี เจ้าเป็นอะไรไป?” เสิ่นคว่อเป็นกังวล
ส่วนเสิ่นชิงฮวงสำรวจรอบด้านเสร็จแล้ว “ท่านอาเจ็ด น้องเล็ก พวกเจ้าดูนี่”
เสิ่นชิงหลีเข้าไปดู ต้องพบกับอักขระกลุ่มหนึ่ง “อักษรเทวะ?”
“ถูกต้อง จัดเรียงกันแล้วคล้ายเป็นค่ายกล” เสิ่นชิงฮวงกล่าวพลางบันทึกไว้ “กลับไปถามจอมค่ายกลของตระกูล”
“อาหลี” จิ่วหลีร้องขึ้นเช่นกัน พลางคาบห่อผ้ามาให้เสิ่นชิงหลี
เสิ่นชิงหลีตะลึง “ไปได้มาจากไหน”
“ในหินน่ะสิ” จิ่วหลีชี้ไปที่แท่นหินที่ถูกมันเจาะเป็นรูโหว่
เสิ่นคว่อตรวจดูอย่างละเอียด “ก่ออิฐปิดแน่นหนามาก จิ่วหลี เจ้าค้นพบได้อย่างไร?”
“มีกลิ่นอายของอาหลีอยู่” จิ่วหลีตอบอย่างเห็นเป็นธรรมดา
เสิ่นชิงหลีเปิดดู เห็นจดหมายฉบับหนึ่ง กับบันทึกที่เขียนบนหนังสัตว์โบราณอีกเล่ม
