เจียงอู๋โยวนอนยาวจนตะวันลอยสูง กระทั่งค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แสงแดดก็ส่องผ่านม่านเข้ามาในห้องนอนแล้ว
เธอกะพริบตาอย่างงุนงง สมองยังมึนงงอยู่บ้าง พอเริ่มมีสติ ความทรงจำก็ค่อย ๆ กลับคืนมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ฉับพลันว่าเมื่อคืนเป็นคืนเข้าหอของพวกเขา
ทำไมฟ้าสว่างแล้วล่ะ?
เธอตั้งใจแค่พักสักครู่เดียวไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงเผลอหลับไปได้?
นี่เธอหลับยาวไปเลยอย่างนั้นหรือ?
แถมยังเป็นคืนเข้าหออีก...
ความหงุดหงิดผุดขึ้นในใจ พวงแก้มร้อนวูบขึ้นมาทันที
ใครจะเชื่อว่าในคืนเข้าหอที่ควรจะหวานชื่น เธอกลับหลับยาวมาจนเกือบเที่ยงวัน ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง
เธอหันไปมองที่นอนข้างกาย ผ้าห่มมีร่องรอยว่าถูกใช้งาน แต่กลับไม่เหลือไออุ่นแล้ว
ได้ยินเสียงขยับเบา ๆ จากในครัวราง ๆ เจียงอู๋โยวเปิดผ้าห่ม ก้าวเท้าเปล่าลงบนพื้นเย็นเยียบ แล้วค่อย ๆ เดินออกจากห้องนอน
เสียงชามกับตะเกียบกระทบกันเบา ๆ ดังมาจากทางครัว เสิ่นฉางเกิงยืนอยู่หน้าเตา แผ่นหลังเหยียดตรง แขนเสื้อพับขึ้นถึงท่อนแขน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแข็งแรง เขาก้มหน้าคนอาหารในหม้อ
ผ้ากันเปื้อนที่ผูกอยู่ตรงเอวขับให้รูปร่างสูงสง่าของเขาดูเด่นชัดยิ่งขึ้น
เจียงอู๋โยวยืนอยู่ตรงประตู สายตาจับอยู่ที่ตัวเขา ในใจเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
เธอเพียงรู้สึกว่าเสิ่นฉางเกิงในตอนนี้ดู... เซ็กซี่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ไม่ใช่ความเซ็กซี่แบบโอ้อวดเปิดเผย แต่เป็นเสน่ห์ของสามีที่สงบเงียบและชวนให้ใจเต้น
เสิ่นฉางเกิงคล้ายจะรู้สึกถึงสายตาของเธอ จึงหันมามองทางประตู เห็นเธอยืนเหม่ออยู่ก็เลิกคิ้ว “ตื่นแล้วเหรอ? รออีกไม่กี่นาทีก็ได้กินข้าวแล้ว”
