อาหารทยอยวางขึ้นโต๊ะ สวีเจี้ยนหัวผัดหมูพริกหยวกกับทำปลาตุ๋นซีอิ๊วหนึ่งตัว ส่วนเสิ่นฉางเกิงผัดผักเขียวหนึ่งจานและทำซุปไข่กับมะเขือเทศหนึ่งชาม หน้าตาอาหารของเขาอาจไม่ประณีตเท่าฝีมือสวีเจี้ยนหัว แต่สีก็ดูปกติดี ไม่ได้ผัดจนไหม้
เถาหว่านชิงยกถั่วลิสงหนึ่งจานกับหัวไชเท้าดองหนึ่งจานออกมาจากครัว แล้วยังมีเป่ยปิงหยางแช่เย็นในถังน้ำอีกสี่ขวด
อาหารเต็มโต๊ะยังมีไอร้อนกรุ่น สวีเจี้ยนหัวจัดวางชามกับตะเกียบเรียบร้อยแล้วเอ่ยชวนว่า “นั่งกินกันเถอะ” ทั้งสี่คนจึงนั่งล้อมโต๊ะอาหาร
เถาหว่านชิงหยิบตะเกียบ คีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งใส่ชามตัวเอง “เสี่ยวเสิ่น ปลาตุ๋นซีอิ๊วนี้เป็นเมนูเด็ดของลุงสวีนะ กินเยอะ ๆ ล่ะ”
“ฉันทำปลาจานนี้มาหลายสิบปีแล้ว ใครได้กินก็ชมกันทั้งนั้น” สวีเจี้ยนหัวขยับจานปลาไปทางเขา “อีกอย่าง ปลาสดด้วยนะ ซื้อจากตลาดเช้าวันนี้เลย”
เถาหว่านชิงรับคำ “ตอนเห็นที่ตลาดเมื่อเช้ายังดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่เลย”
“ขอบคุณครับลุงสวี” เสิ่นฉางเกิงจึงคีบเนื้อปลาหลายชิ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
สวีเจี้ยนหัวคีบผักเขียวลองชิม “ถ้าใส่เกลืออีกหน่อยจะอร่อยกว่านี้ แล้วก็ต้องหรี่ไฟลงอีกนิด”
เสิ่นฉางเกิงกัดไปคำหนึ่ง เคี้ยวสองสามที “จริงด้วย ผมผัดผักนานไปหน่อย”
“ทำครั้งแรกได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว ตอนโยวโยวทำกับข้าวครั้งแรก เกือบเผาครัวเลยนะ” เถาหว่านชิงยิ้มพลางพูด
เจียงอู๋โยวก้มหน้าตักข้าว “แม่ อย่าพูดถึงเรื่องนั้นเลยค่ะ ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว”
“ตอนนั้นลูกยังเรียนมัธยมต้น บอกว่าจะทำกับข้าวให้แม่ สุดท้ายต้มน้ำในหม้อจนแห้ง ควันโขมงไปทั่วบ้าน เพื่อนบ้านนึกว่าไฟไหม้”
