“เพิ่งตกลงคบกันได้ไม่นาน ยังไม่ทันได้บอกเพื่อนบ้านเลยค่ะ”
เสิ่นฉางเกิงยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างเจียงอู๋โยว
หวังฟางอดใจไม่ไหว ในที่สุดก็ขยับเข้าไปใกล้อีกครึ่งก้าว มือที่ถือปิ่นโตอยู่สลับไปถืออีกข้าง ก่อนจะลดเสียงลงเล็กน้อย “อู๋โยว ฉันเห็นพวกคุณออกมาจากตึกบ้านเธอนี่นา นี่...มาเจอพ่อแม่เธอเหรอ?”
พูดจบ สายตาก็กวาดมองสลับไปมาระหว่างเจียงอู๋โยวกับเสิ่นฉางเกิง แววตาใคร่รู้แทบล้นทะลัก “ถ้าอย่างนั้นก็ใกล้มีข่าวดีแล้วใช่ไหม?”
เหอกุ้ยฮวายืนอยู่ข้าง ๆ ตั้งใจเงี่ยหูฟัง ถุงแป้งในมือรัดจนเป็นรอยก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนมือ
เจียงอู๋โยวมองท่าทางอดใจไม่ไหวของป้าหวังกับป้ากุ้ยฮวา “ค่ะ เมื่อกี้เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่ฉัน ถือว่าได้เจอกันอย่างเป็นทางการแล้ว”
ถึงอย่างไรก็ต้องรู้กันเข้าสักวัน แทนที่จะปิดบังแล้วปล่อยให้สองคนนี้เอาไปพูดต่อจนกลายเป็นเรื่องคนละแบบ สู้บอกเองเสียเลยดีกว่า
“โอ้โห!” เสียงหวังฟางสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ถ้าอย่างนั้นก็ใกล้มีข่าวดีแล้วสิ?”
“ใกล้แล้วค่ะ”
สีหน้าของหวังฟางเปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นยินดี ทั้งยังเจือแววว่า ‘ฉันรู้อยู่แล้ว’ อยู่เล็กน้อย
“อู๋โยว เธอนี่ตาถึงจริง ๆ เสี่ยวเสิ่นดูเป็นคน ‘หนักแน่น’ ดี”
เหอกุ้ยฮวาที่อยู่ข้าง ๆ กวาดตามองเสิ่นฉางเกิงตั้งแต่หัวจรดเท้า “อู๋โยว เธอนี่ตาถึงจริง ๆ หาแฟนหนุ่มหน้าตาดีมีสง่ามาได้ด้วย”
เธอเว้นจังหวะ น้ำเสียงแฝงความนัยอย่างแนบเนียน “แต่ก็จริงนะ ผู้หญิงหน้าตาอย่างอู๋โยว บ้านธรรมดาทั่วไปที่ไหนจะรับไหว ลูกชายฉัน เจียงเฉียง เมื่อก่อนยังเอาแต่พูดถึงเธออยู่เลย ฉันก็บอกว่าอย่าฝันไปหน่อยเลย คนอย่างเธอจะได้เป็นคุณนาย บ้านเราจะเลี้ยงดูคนสำคัญขนาดนั้นไหวได้ยังไง”
