หลี่ว์เจิ้งเองก็เห็นดีด้วยกับย่านชานเมืองทางใต้ ไม่รู้ว่าทำไมพี่เสิ่นถึงพูดถึงชานเมืองทางเหนือขึ้นมากะทันหัน ชานเมืองทางเหนือกับชานเมืองทางใต้เทียบกันไม่ได้เลยสักนิด
เสิ่นฉางเกิงฟังคำพูดของหลี่ว์เจิ้งแล้ว สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เพียงพยักหน้าบอกว่าเข้าใจ
เฉาเจิ้งเต๋อก็เห็นด้วยกับความคิดของหลี่ว์เจิ้ง หากจะซื้อที่ดิน ตัวเลือกแรกก็ยังคงเป็นชานเมืองทางใต้
“ฉันเองก็ไม่ได้คิดจะซื้อที่ชานเมืองทางเหนือ ถ้าจะซื้อจริง ๆ ชานเมืองทางใต้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมาก”
“แต่ฉันยังรู้สึกว่าการลงทุนซื้อที่ดินสู้มีงานประจำทำไม่ได้ อย่างหลังมั่นคงกว่า หาเงินได้ทีละงาน เงินเข้ากระเป๋าตัวเองถึงจะอุ่นใจที่สุด ฉันไม่อยากเสี่ยงกับอะไรที่ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน”
เมื่อฟังทั้งสองคนพูดถึงชานเมืองทางเหนือแล้ว เสิ่นฉางเกิงก็ไม่ได้เกลี้ยกล่อมต่อ
แค่ส่งความปรารถนาดีไปถึงก็พอ จะเลือกหรือไม่เลือกก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา
เสิ่นฉางเกิงยกมือเรียกเจ้าของร้านมาเก็บเงินค่าอาหารของโต๊ะนี้
ทั้งสามเดินออกจากร้านอาหารด้วยกัน พอมาถึงทางแยก ถนนหลายสายก็แยกไปคนละทิศ
หลี่ว์เจิ้งโบกมือ ตั้งใจจะกลับไปที่สถานีนมก่อน
“งั้นฉันไปก่อนนะ ว่าง ๆ ค่อยนัดเจอกัน”
หลังจากเฉาเจิ้งเต๋อกับเสิ่นฉางเกิงมองหลี่ว์เจิ้งเดินห่างออกไป ทั้งคู่จึงมุ่งหน้าไปทางโรงงานเครื่องจักร
เดินมาจนถึงหน้าโรงงาน ถนนก็แยกเป็นสองสาย เฉาเจิ้งเต๋อหยุดฝีเท้า หันข้างมาบอกลาเขา ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังโรงงานอีกฝั่ง
เสิ่นฉางเกิงยืนนิ่งมองแผ่นหลังของอีกฝ่าย ในใจรู้ดีว่าทางแยกตรงหน้านี้ไม่ต่างจากเส้นทางที่พวกเขาจะเดินต่อไปในอนาคต ซึ่งสุดท้ายก็ต้องแยกจากกัน
