เย่พ่านหัวเราะออกมาก่อน แล้วค่อยขยับเข้ามาใกล้ พลางพูดว่า
“ตอนนี้ทุกคนพูดกันว่า พวกคุณสองคนเหมาะสมกันราวกับหม้อกับฝา เป็นคู่ที่เกิดมาคู่กัน เหมาะกันสุด ๆ”
“ยังบอกด้วยว่าเมื่อก่อนคุณต้องไปห้างสรรพสินค้าทุกเดือนเพื่อ ‘ผลาญเงิน’ แต่พอแต่งงานแล้วกลับดีขึ้น นิสัยนี้หายไปเลย”
เจียงอู๋โยวฟังแล้วแย้งอยู่ในใจเงียบ ๆ
ที่ไหนกัน เธอไม่ได้เลิกใช้เงินมือเติบเสียหน่อย แค่เงินในบ้านเหลืออยู่พันกว่า ๆ ถ้ายังเห็นอะไรถูกใจก็ต้องซื้อให้ได้เหมือนเมื่อก่อน เกรงว่าแม้แต่นมวันละสองขวดก็คงซื้อไม่ไหวแล้ว
เพราะอย่างนั้น เธอจึงทำได้แค่ฝากเสื้อผ้าที่อยากซื้อไว้ที่ห้างสรรพสินค้าก่อน รอให้โรงงานฝ้ายจ่ายโบนัสปลายปีตอนตรุษจีน แล้วค่อยกลับไปเอาพวกมันมาไว้ที่บ้าน
ไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะช่วยให้ชื่อเสียงของเธอดีขึ้นโดยบังเอิญ
“แล้วสามีคุณล่ะ เมื่อก่อนใคร ๆ ก็พูดว่าเขาอู้งานในโรงงาน พอถึงเวลาเลิกงานก็หายตัวไปทันที แต่กลับมีคนเห็นว่าเขาแวะไปตลาดสดซื้อกับข้าวทุกวันหลังเลิกงาน”
พูดถึงตรงนี้ เย่พ่านใช้ข้อศอกสะกิดเจียงอู๋โยวเบา ๆ พลางแซวว่า
“ทุกคนกำลังเดากันอยู่ว่า เขารีบร้อนซื้อกับข้าวกลับบ้านขนาดนั้น เพราะจะทำอาหารให้คุณหรือเปล่า?”
มุมปากของเจียงอู๋โยวยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ รอยยิ้มหวานเผยออกมาอย่างปิดไม่มิด
“ใช่สิ หลังเลิกงานเขาก็แวะซื้อกับข้าวระหว่างทาง พอฉันกลับถึงบ้าน เขาก็หิ้วกับข้าวกลับมาพอดี”
เย่พ่านกะพริบตาปริบ ๆ น้ำเสียงแฝงความประหลาดใจอยู่หลายส่วน “ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำอาหารเป็นจริง ๆ”
เจียงอู๋โยวตอบอย่างเป็นเรื่องธรรมดา “ถ้าไม่ใช่เขา แล้วจะให้ฉันทำหรือไง?”
