หลังจัดการขั้นตอนทั้งหมดเสร็จและเดินออกจากสถานีตำรวจมา เจียงอู๋โยวมองทะเบียนสมรสกับสมุดทะเบียนบ้านเล่มใหม่ในมือเสิ่นฉางเกิงอย่างเหม่อลอยอยู่พักหนึ่ง
เธอจัดกระโปรงให้เรียบร้อย ใกล้เที่ยงแล้ว กลับบ้านตอนนี้ก็ทันกินมื้อกลางวันพอดี จึงตั้งใจจะลาเสิ่นฉางเกิงแล้วกลับบ้าน
“งั้นฉันกลับก่อนนะ”
“อู๋โยว”
เสิ่นฉางเกิงเอ่ยเรียกเธอจากด้านหลัง
เจียงอู๋โยวชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองเขาด้วยแววตาฉงนเล็กน้อย
เสิ่นฉางเกิงเดินเข้ามาหา สายตาจับอยู่บนใบหน้าเธอ น้ำเสียงจริงจัง “เราแต่งงานกันแล้วนะ”
“ฉันรู้สิ จดทะเบียนแล้ว ทะเบียนบ้านก็ย้ายเรียบร้อยแล้ว”
เจียงอู๋โยวพยักหน้า แต่ในใจยังปรับตัวไม่ทันนัก
ตามความเคยชินของเธอ หลังจัดการเอกสารเสร็จ ก็ยังต่างคนต่างกลับบ้าน ไปหาแม่ของตัวเองเหมือนทุกครั้ง เธอยังทำใจให้ชินกับสถานะใหม่ไม่ได้ในทันที
เสิ่นฉางเกิงมองออกตั้งแต่แรกว่าในใจเธอยังไม่รู้สึกจริงจังว่าทั้งคู่กลายเป็นสามีภรรยากันแล้ว
มุมปากเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย ไม่คิดจะเปิดโปงเธอ เพียงเอ่ยชวนขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ “เราไปเดินห้างสรรพสินค้า เลือกสินสอดกันดีไหม”
“สินสอดเหรอ?” เจียงอู๋โยวกะพริบตาอย่างแปลกใจ วันงานเลี้ยงไม่ได้ตกลงเรื่องสินสอดกับสินเดิมกันเรียบร้อยแล้วหรือ ทำไมตอนนี้ถึงจะไปเลือกอีก
เสิ่นฉางเกิงอธิบาย “เป็นสินสอดที่ฉันให้เธอคนเดียว ส่วนของที่บ้านเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ตกลงกัน ชุดนี้ฉันให้เธอในนามส่วนตัว”
เจียงอู๋โยวยืนนิ่งอยู่กับที่ ตั้งตัวไม่ทันไปชั่วขณะ
เขาหมายถึงสินสอดสองชุดหรือ?
“อาทิตย์นี้ห้างสรรพสินค้าจะมีสินค้าใหม่ ได้ยินว่ายังมีของนำเข้าอยู่จำนวนหนึ่งพอดี วันนี้เราไปเลือกของที่เธอชอบกันสักสองสามอย่าง”
ดวงตาของเจียงอู๋โยวพลันเป็นประกาย ความคิดที่จะกลับบ้านเมื่อครู่ถูกโยนทิ้งไปทันที
