ตอนบอกราคา เธออดเหลือบมองสีหน้าของเสิ่นฉางเกิงไม่ได้ คอยดูว่าเมื่อได้ยินราคาแล้วเขาจะลังเลหรือไม่ หรือจะต่อรองราคาสักหน่อย
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ทั้งสองคนกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่เผยแววประหลาดใจแม้แต่น้อย
เสิ่นฉางเกิงยังคงสีหน้าเป็นปกติ พลางล้วงมือเข้าไปหยิบเงินกับคูปองจากกระเป๋าด้านใน
เจียงอู๋โยวใช้นิ้วลูบตัวเรือนนาฬิกาเย็นเฉียบตรงข้อมือเบา ๆ ในใจรู้ดีว่าราคานี้สมเหตุสมผล จึงไม่ได้ตื่นตกใจ เธอก้มหน้าชื่นชมนาฬิกาข้อมือของตัวเอง
เมื่อเห็นทั้งสองคนสงบนิ่งเช่นนี้ พนักงานขายก็อดประหลาดใจในฐานะทางบ้านของสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันคู่นี้ไม่ได้
เธอรีบหยิบสมุดใบเสร็จออกมาอย่างคล่องแคล่ว เขียนใบขายของเสร็จแล้วเงยหน้ายิ้มถามว่า “ออกใบเสร็จให้เรียบร้อยแล้วค่ะ จะให้ห่อนาฬิกาเก็บไว้ หรือสวมกลับไปเลยดีคะ?”
เจียงอู๋โยวยกข้อมือขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว แสงสีเงินวาววับสะท้อนจากนาฬิกายี่ห้อไห่โอว ดวงตาของเธอเป็นประกาย ระหว่างคิ้วเต็มไปด้วยความสดใส จึงตอบออกไปทันทีว่า “สวมกลับไปเลยค่ะ”
เธอชอบข้าวของประณีตสวยงามอยู่แล้ว นาฬิกาเรือนนี้สวมบนข้อมือได้พอดี เธอจึงเสียดายเกินกว่าจะถอดเก็บลงกล่อง
เสิ่นฉางเกิงมองความยินดีที่ปิดไม่มิดในดวงตาของเธอ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนยื่นเงินกับคูปองที่เตรียมไว้ให้
พนักงานขายรับเงินกับคูปองไปตรวจสอบ เมื่อทุกอย่างถูกต้องแล้วก็ส่งกล่องนาฬิกาของแท้กับใบรับประกันให้เสิ่นฉางเกิง รอยยิ้มยิ่งเปี่ยมไมตรี “เก็บหลักฐานไว้ให้ดีนะคะ คราวหน้าจะนำมาใช้ตอนบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมค่ะ”
เจียงอู๋โยวยกข้อมือขึ้นเป็นระยะโดยไม่รู้ตัว สายตาจับอยู่ที่หน้าปัด นิ้วมือค่อย ๆ ลูบกระจกนาฬิกาที่เย็นและเรียบลื่น หัวใจเปี่ยมสุขที่ได้ครอบครองของรัก
