ตอนเจียงอู๋โยวกลับถึงบ้าน ทางเดินในอาคารก็มืดลงแล้ว
เธอผลักประตูเข้าไป ไฟในห้องนั่งเล่นยังเปิดอยู่ เสียงวิทยุดังก้องไปทั่วบ้าน
หลี่ซิ่วฉิน พี่สะใภ้ของเธอนั่งอยู่บนโซฟา อุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขน มือกำลังแกะถั่วลิสง
พอเห็นเจียงอู๋โยวเดินเข้ามา เธอก็เหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนก้มหน้าลงแกะถั่วต่อ
สวีเจี้ยนหัวนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนเก้าอี้อีกฝั่ง พอได้ยินเสียงประตูเปิดก็วางหนังสือพิมพ์ลง “โยวโยวกลับมาแล้วหรือ?”
“ค่ะ” เจียงอู๋โยวเปลี่ยนรองเท้าแล้วแขวนกระเป๋าไว้กับตะขอบนผนัง “ลุงสวี แม่อยู่ไหนคะ?”
“อยู่ในครัว” สวีเจี้ยนหัวตอบ สายตากลับไปจับจ้องหนังสือพิมพ์อีกครั้ง
เจียงอู๋โยวเดินเข้าไปในครัว เถาหว่านชิงกำลังยืนผัดกับข้าวอยู่หน้าเตา น้ำมันในกระทะส่งเสียงฉ่า พอกระเทียมสับลงไป กลิ่นหอมก็อบอวลขึ้นมาทันที
เมื่อได้ยินเสียง เถาหว่านชิงก็หันมามอง “โยวโยวกลับมาแล้วหรือ? วันนี้เลิกงานดึกจังนะ”
“แวะไปสหกรณ์มาค่ะ คุยกับเย่พ่านอยู่พักหนึ่ง” เจียงอู๋โยวพิงขอบอ่างล้างจาน มองแม่เท่าผักที่หั่นไว้ลงกระทะแล้วผัดสองสามที ใบผักสีเขียวชอุ่มเคลือบน้ำมันเป็นเงา แค่มองก็ชวนให้เจริญอาหารแล้ว
“พรุ่งนี้วันเสาร์ ไม่ต้องไปทำงานใช่ไหม?” เถาหว่านชิงถาม
“ไม่ต้องค่ะ”
“ดีเลย พรุ่งนี้เอาเสื้อผ้าหนา ๆ สองสามตัวในบ้านออกมาตากแดดเสียหน่อย พอฤดูใบไม้ร่วงผ่านไปก็จะหนาวแล้ว”
เจียงอู๋โยวพยักหน้า มองกับข้าวในกระทะแล้วถาม “แม่ วันนี้กินอะไรกันคะ?”
เถาหว่านชิงปรายตามองเธอ แสร้งทำเสียงรำคาญ “ไม่รู้จักยื่นหน้าไปดูเองหรือไง?”
“ลุงสวีตุ๋นซี่โครงหมูไว้ แถมยังตั้งใจทำรากบัวผัดเปรี้ยวหวานจานโปรดของลูกด้วย”
“แม่ผัดผักอีกจานก็ได้กินข้าวแล้ว”
ได้ยินดังนั้น เจียงอู๋โยวก็ยิ้มบาง ๆ แน่นอนว่าเธอมองออกว่าแม่ปากไม่ตรงกับใจ
