เช้าวันถัดมา ที่บ้านตระกูลเสิ่น
ตอนเสิ่นฉางเกิงเดินออกมาจากห้อง เสิ่นอวิ๋นพี่สาวของเขาก็นั่งคุยกับพ่อแม่อยู่บนโซฟา
หลิวเจี้ยน พี่เขยของเขา นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆ ไขว่ห้างพลางพลิกนิตยสารเก่าเล่มหนึ่งที่ไม่รู้ไปหยิบมาจากไหน
บนโต๊ะกลางมีของวางอยู่หลายอย่าง ทั้งขนมเถาซูที่ห่อด้วยกระดาษแดง
เสิ่นอวิ๋นเห็นเขาเดินออกมาจากห้องก็วางถ้วยชาลง แล้วกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “ดีจริงนะ ตื่นมาก็ได้กินมื้อกลางวันพอดี”
“วันนี้ว่างถึงได้กลับมาหรือครับ?” เสิ่นฉางเกิงเดินเข้าห้องรับแขกไปนั่งบนเก้าอี้อีกตัว โดยไม่ปรายตามองของขวัญเหล่านั้น
“เรื่องใหญ่ขนาดนายจะแต่งงาน พวกเราจะไม่แวะมาดูได้ยังไง?” เสิ่นอวิ๋นพูดพลางยื่นมือไปดันของสองสามชิ้นบนโต๊ะกลาง “นี่เป็นของขวัญแต่งงานที่พี่กับพี่เขยเตรียมให้นาย มีผ้าห่มหนึ่งผืน ปลอกหมอนหนึ่งคู่ แล้วก็นาฬิกาข้อมือหนึ่งเรือน ถึงจะไม่ได้มีราคาแพงอะไร แต่ก็เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเรา”
เสิ่นฉางเกิงมองของเหล่านั้นแวบหนึ่ง “ขอบคุณครับพี่”
“จะขอบคุณทำไม พี่น้องกันทั้งนั้น” เสิ่นอวิ๋นยิ้มพลางโบกมือ ก่อนจะนึกถึงคำที่แม่เพิ่งบ่นให้ฟัง
เสิ่นอวิ๋นเปลี่ยนเรื่องพูด “ตอนพ่อกับแม่บอกว่านายจะแต่งงาน พี่ตกใจแทบแย่ กลัวจริง ๆ ว่านายจะวู่วามชั่ววูบ แล้วตัดสินใจเรื่องสำคัญทั้งชีวิตไปง่าย ๆ”
หลิวเจี้ยนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ยังคงยกนิตยสารบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง แต่หูตั้งใจฟังบทสนทนาในห้อง
“ฉางเกิง การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อย่าปล่อยให้ความฮึกเหิมพาไป เดี๋ยวใช้ชีวิตด้วยกันจริง ๆ แล้วถึงจะรู้ว่าขมขื่นแค่ไหน”
ในสายตาเธอ ผู้ชายควรเลือกแต่งกับผู้หญิงที่ดีมีคุณธรรม การที่น้องชายยืนกรานเลือกเจียงอู๋โยวก็เป็นเพียงความหุนหันพลันแล่น เห็นอีกฝ่ายสวยเข้าหน่อยก็ใจอ่อน
