สถานีรถไฟ
วันนี้ครอบครัวสวีเว่ยหมินจะกลับมา ตระกูลสวีจึงลางานกันหมด เถาหว่านชิงกับหลี่ซิ่วฉินอยู่บ้านเตรียมอาหารและจัดห้อง ส่วนสวีเจี้ยนหัวกับสวีเว่ยกั๋วยืมรถสามล้อมารับคน
แม้แต่สวีหย่วนฟานก็ลางานในวันนี้เช่นกัน
พ่อลูกสวีเจี้ยนหัวกับสวีเว่ยกั๋วยืนรออยู่นอกทางออก ข้าง ๆ มีช่องทางเดินเรียงเป็นแถว กั้นด้วยราวเหล็ก ผู้มารับคนเบียดกันอยู่สองฝั่ง ยืดคอมองเข้าไปด้านใน
เสียงหวูดรถไฟค่อย ๆ เงียบหายไป ไม่นานนัก ฝูงชนก็ทะลักออกมาจากทางออก
ผู้โดยสารกลุ่มใหญ่สะพายห่อผ้า หิ้วถุงตาข่ายที่อัดแน่น บางคนแบกสัมภาระที่มัดไว้บนบ่า กระเป๋าใบเล็กใบใหญ่ทยอยเคลื่อนออกมาตามทางเดิน
เสียงผู้คนอื้ออึง ทั้งเสียงพูดคุยและเสียงเด็ก ๆ ร้องตะโกนปะปนกัน ทางเดินที่เดิมยังดูโล่งอยู่พลันแน่นขนัดขึ้นมา
สวีเว่ยกั๋วยกป้ายที่ทำจากกล่องกระดาษขึ้น ในป้ายเขียนชื่อ “สวีเว่ยหมิน” เอาไว้
เขายกแขนค้างไว้สักพักก็ลดลง ครู่หนึ่งก็ชูขึ้นอีก สลับมืออยู่หลายครั้ง
สวีเจี้ยนหัวพูดข้าง ๆ ว่า “ยกให้สูงหน่อย เดี๋ยวเว่ยหมินออกมาแล้วมองไม่เห็น”
สวีเว่ยกั๋วรีบยกป้ายกระดาษในมือให้สูงขึ้น สายตากวาดค้นหาอย่างละเอียดท่ามกลางฝูงชนที่หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย
สวีเจี้ยนหัวเองก็โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จับจ้องใบหน้าทุกคนที่เดินออกมา
ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าตอนนี้เว่ยหมินเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เขาจะยังจำได้ทันทีที่เห็นหรือเปล่า
สวีเว่ยกั๋วจ้องฝูงชนอยู่นาน ก่อนจะพูดอย่างตื่นเต้นว่า “พ่อ เว่ยหมินออกมาแล้ว!”
สวีเจี้ยนหัวรีบมองไปตามทิศทางที่ลูกชายคนโตชี้
ชายคนหนึ่งสะพายกระเป๋าเดินออกมาจากฝูงชน เค้าโครงใบหน้ายังพอมีเค้าของเมื่อก่อนอยู่บ้าง เพียงแต่ใบหน้าแฝงความเหนื่อยล้า ผิวก็คล้ำขึ้นมาก
