ปั่นจักรยานออกไปจนถึงชานเมือง เสียงอึกทึกจากตึกสูงในตัวเมืองค่อย ๆ ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
ข้างทางไม่ได้มีรั้วล้อมบ้านเรียงเป็นระเบียบอีกต่อไป มีบ้านชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ กระจายอยู่ประปราย แต่ละหลังตั้งห่างกันมาก
ริมทางมีวัชพืชขึ้นอยู่ บางครั้งก็ได้ยินเสียงไก่กับเป็ดร้อง ถนนดินไม่ได้เรียบสนิท ล้อจักรยานบดผ่านก้อนกรวดจนสั่นสะเทือนเบา ๆ
เสิ่นฉางเกิงปั่นจักรยานอย่างคล่องแคล่ว พาภรรยามาหยุดหน้าบ้านหลังหนึ่ง
กำแพงล้อมบ้านก่อจากอิฐดินผสมอิฐแดง สูงไม่มากนัก ประตูไม้เก่า ๆ สองบานปิดแง้มไว้
เสิ่นฉางเกิงตั้งขาตั้งจักรยาน ก่อนยกมือเคาะประตูไม้
ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากในบ้าน
“มาแล้ว มาแล้ว!”
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เหล่าชุยวิ่งเหยาะ ๆ มาเปิดประตู
เขายังสวมผ้ากันเปื้อน แขนเสื้อพับขึ้นไปถึงข้อศอก มือเปื้อนแป้งอยู่ประปราย เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่กำลังวุ่นอยู่ในครัว
พอเห็นเสิ่นฉางเกิงกับภรรยายืนอยู่หน้าประตู เหล่าชุยก็ยิ้มหน้าบานจนรอยย่นบนใบหน้าขยับตาม
สายตาเลื่อนไปหยุดที่เจียงอู๋โยว เห็นเธอแต่งกายสะอาดสะอ้าน หน้าตาอ่อนโยนเรียบร้อย ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ ก็นึกว่าเป็นหญิงสาวนิสัยสงบเสงี่ยม
เหล่าชุยอดนึกสงสัยในใจไม่ได้ หญิงสาวหน้าตาสะสวยขนาดนี้ เหตุใดถึงได้ชอบคนอารมณ์ร้ายอย่างเสิ่นฉางเกิงกันนะ
เขารู้จักเสิ่นฉางเกิงดี ปกติถ้าอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา แม้แต่พ่อแม่ก็ยังถูกเขาสวนกลับได้
เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายดื้อรั้นเพียงใด เหล่าชุยจึงได้แต่หวังอยู่เงียบ ๆ ว่าหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนนี้คงไม่ใช่คนอ่อนแอ ไม่อย่างนั้นต่อไปคงไม่มีใครกล่อมเสิ่นฉางเกิงได้จริง ๆ
