บทที่ 18 จดทะเบียนสมรส ถ่ายรูป แล้วแวะตลาดมืดขายทองหาเงิน!
ยามเช้าตรู่ ทันทีที่เสียงแตรปลุกในเขตบ้านพักครอบครัวทหารดังขึ้น เสี่ยวเป่าก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะแอบย่องออกจากบ้านไป
ไม่ถึงสิบนาที เขาก็วิ่งกลับมาพร้อมกำหญ้าโกฐแห้งไว้ในมือ
“แม่ครับ ป้าหวังให้มา บอกว่าเหลือจากเทศกาลตวนอู่ปีที่แล้ว กลิ่นแรงมาก”
ถูซานเหยาพิงหัวเตียง สภาพจิตใจดีขึ้นกว่าเมื่อวานอยู่บ้าง
แก่นปีศาจหมุนเวียนมาตลอดทั้งคืน แม้ยังรั่วเหมือนตะแกรงที่มีรูพรุน แต่พื้นฐานก็มั่นคงขึ้นแล้ว
เธอรับหญ้าโกฐมา ใช้ปลายนิ้วหยิบสะเก็ดไฟขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจุดไฟอย่างเงียบเชียบ
กลิ่นควันหญ้าโกฐคุณภาพต่ำกระจายไปทั่วห้องทันที ฉุนจมูกไม่น้อย แต่ก็กลบกลิ่นหอมเย็นของพฤกษาที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จากร่างเธอได้จริง
มีเสียงเคลื่อนไหวดังมาจากห้องโถง
วันนี้ฮั่วอวิ๋นเจิงเปลี่ยนมาสวมเครื่องแบบลำลองที่รีดเรียบกริบ ติดกระดุมคอจนถึงเม็ดบนสุด ไหล่กว้างขายาว รูปร่างตั้งตรงราวกับต้นสนเขียว
เขาผลักประตูห้องที่แง้มอยู่เข้ามา กลิ่นควันหญ้าโกฐที่เข้มข้นทำให้เขาสำลักจนต้องเบือนหน้า
“ทำไมถึงจุดของแบบนี้ล่ะ?”
“ไล่ความเย็นค่ะ” ถูซานเหยาสวมเสื้อฝ้ายเก่าที่ปะชุนจนเต็มตัว แล้วค่อย ๆ ติดกระดุม “เป็นตำรับพื้นบ้านที่บ้านเกิด ช่วยกันลมร้ายได้”
ฮั่วอวิ๋นเจิงไม่ได้สงสัยอะไร เขาก้าวเข้ามาหา สายตาหยุดอยู่บนใบหน้าซีดเซียวของเธอ
“เอาของมาครบหรือยัง? รถรออยู่ข้างนอกแล้ว”
“ครบแล้วค่ะ” ถูซานเหยาตบกระเป๋าเบา ๆ ข้างในนอกจากเอกสารทะเบียนบ้าน ยังมีห่อกระดาษไขสีเหลืองที่หนักอึ้งอยู่อีกห่อหนึ่ง
รถจี๊ปวิ่งกระเด้งกระดอน มุ่งหน้าไปยังตัวเมืองที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร
คนขับคือพลทหารยามเสี่ยวหลี่ เขาแอบเหลือบมองเบาะหลังผ่านกระจกมองหลังหลายครั้ง
ปกติเวลานั่งรถ ผู้บังคับกองพันของเขามักหลับตาพักผ่อน แต่วันนี้กลับนั่งหลังตรงเป๊ะ มือทั้งสองวางบนเข่า ราวกับกำลังจะไปปฏิบัติภารกิจอันตรายอะไรสักอย่าง
ส่วนพี่สะใภ้ก็เป็นคนแปลกไม่เบา
ถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่เธอกลับเอนตัวครึ่งหนึ่งพิงผู้บังคับกองพัน หลับตาและหายใจสม่ำเสมอ
