บทที่ 42 เพิ่งออกจากตลาดมืดก็เจอเจ้าหน้าที่ เสี่ยวเป่าตกใจจนใจสั่น!
“เมี้ยว...” เด็กหญิงตัวน้อยส่งเสียงร้องแผ่วเบา ร่างขดเป็นก้อนสั่นเทาไปทั้งตัว
เสี่ยวเป่าเดินเข้าไปใกล้ ก่อนย่อตัวลงให้อยู่ระดับสายตาเดียวกับเธอ
“ไม่ต้องกลัวนะ พวกเราเป็นคนดี” เขาลดเสียงลง แล้วกระซิบเสริมให้ได้ยินกันแค่สามคน “แม่ของฉันเป็นคนตระกูลถูซาน”
คำไม่กี่คำนั้นราวกับคาถา
รูม่านตาของเด็กหญิงเบิกกว้างขึ้นทันที ริมฝีปากแห้งแตกสั่นระริก ก่อนที่เธอจะร้องไห้โฮออกมา มือสกปรกทั้งสองข้างคว้าชายแขนเสื้อของเสี่ยวเป่าไว้แน่น
“ช่วย...ช่วยหนูด้วย...มีคนไม่ดีตามจับหนู...”
เสิ่นซือฉิงยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าดูงุนงงเล็กน้อย
เธอเห็นแล้ว—ด้านหลังเด็กหญิงตัวน้อยเหมือนจะมีหางอยู่สองเส้น...หรือเปล่า?
ไม่สิ คงเป็นเศษผ้าที่ขาดจากเสื้อผ้ากระมัง?
แสงมืดเกินไป
ถูซานเหยายื่นมือไปลูบศีรษะเด็กหญิง
ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสลงไป คลื่นพลังวิญญาณอันแผ่วเบาก็ชัดเจนขึ้น
ปีศาจแมวสองหาง บำเพ็ญเพียรมาราวร้อยปี หากเป็นเมื่อพันปีก่อน ต่อให้มาช่วยถือรองเท้าให้นางก็ยังไม่คู่ควร
แต่ในยุคนี้ นับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตหายากแล้ว
“ใครตามจับหนู?” น้ำเสียงของถูซานเหยายังคงเนือย ๆ แต่แฝงความจริงจังขึ้นมาบ้าง
เด็กหญิงร้องไห้จนแทบหายใจไม่ทัน “มี...มีตัวอะไรสักอย่างเป็นหมอกดำ...เหม็นมาก...มันกินแม่หนู...หนูวิ่งหนีมาตั้งไกล...”
หมอกดำ กลิ่นเหม็น กิน
รูม่านตาของถูซานเหยาหดเป็นเส้นตั้งชั่วขณะ
เถาเที่ยหรือ?
หรือมีสัตว์ดุร้ายตัวอื่นออกมาหาอาหารแล้ว?
พลังวิญญาณเหือดแห้งถึงขั้นนี้ สัตว์ดุร้ายที่ยังหลงเหลืออยู่คงทนไม่ไหว จึงเริ่มล่าสังหารพวกเดียวกันเพื่อเติมพลังวิญญาณ เรื่องนี้นางคาดการณ์ไว้นานแล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้
“ตอนนี้ตัวนั้นอยู่ที่ไหน?”
เด็กหญิงส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ไม่รู้...หนูวิ่งหนีมาสามวันสามคืน...มันเข้ามาในที่คนเยอะไม่ได้...แต่พอตกกลางคืน...มันก็จะมา...”
ถูซานเหยาใช้นิ้วกดท้ายทอยของเด็กหญิงเบา ๆ เสียงร้องไห้ค่อย ๆ แผ่วลง เปลือกตาทั้งสองข้างเริ่มปรือ ก่อนเธอจะเอนพิงกล่องกระดาษแล้วหลับไป
