หวังซื่อโมโหจนไฟแทบลุก! นางเท้าเอวข้างหนึ่ง อีกข้างชี้หน้าซุนจางซื่อ แล้วพุ่งเข้าไปด่าทออย่างเดือดดาล
“ถุย! คำพูดเหลวไหลเหม็นเน่าของเจ้านี่มันช่างบัดซบจริง ๆ นังสารเลวที่ชอบเอาเรื่องชาวบ้านไปพูดมั่วซั่ว!”
“กล้าดีอย่างไรมาปั้นเรื่องใส่ร้ายสามีข้าลับหลัง?! ใครให้ความกล้าแก่เจ้ากัน?!”
“เมื่อคืนเจ้าอยู่ที่นั่นหรือ?”
“เห็นกับตาหรืออย่างไร?! ถึงได้กล้าเที่ยวพูดจาเหลวไหลไปทั่ว?”
“กล้าใส่ร้ายชื่อเสียงสามีข้าต่อหน้าคนอื่นเชียวหรือ?”
“คอยดูเถอะ ข้าจะฉีกปากนังสารเลวที่ชอบพูดจาเหลวไหลอย่างเจ้าเสีย!”
พูดจบ หวังซื่อก็ถกแขนเสื้อขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่ทันที นางไม่สนใจภาพลักษณ์อีกต่อไป กระชากผมซุนจางซื่อ พลางบิดเนื้ออีกฝ่ายไปด้วย แล้วก็ด่าต่อไม่หยุด
“เห็น ๆ อยู่ว่าสามีข้าโดนจอบตอนลงไปขุดมันในนาเมื่อเช้านี้โดยไม่ทันระวัง”
“ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามหมอหลิวที่หมู่บ้านข้าง ๆ ดูสิ”
“แล้วค่อยดูว่าข้าพูดจริงหรือไม่!”
“สามีข้าบาดเจ็บที่เท้า พอหลุดจากปากหมา ๆ ของเจ้าแล้วกลับกลายเป็นอีกเรื่องไปเสียได้งั้นหรือ?!”
“วันนี้ข้าจะฉีกปากหมา ๆ ของเจ้าให้ได้!”
“ข้าจะสอนให้เจ้าเลิกเอาเรื่องชาวบ้านไปพูดมั่วซั่ว! เลิกกุข่าวใส่ร้ายสามีข้าเสียที!”
“ข้าจะฉีกปากหมา ๆ ของเจ้าเอง!”
หญิงที่กำลังตะลุมบอนกับหวังซื่อคือซุนจางซื่อ ภรรยาของซุนเอ้อร์โก่ว ซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของแม่สื่อซุน
ซุนจางซื่อผู้นี้ ปกติก็ชอบตามจางต้าโจ่ยกับพวกนางไปนั่งคุยเรื่องชาวบ้าน ทั้งยังชอบเที่ยวอวดว่าตนรู้เรื่องซุบซิบมากมาย
เรียกได้ว่าเป็นจางต้าโจ่ยคนที่สองเลยทีเดียว
ซุนจางซื่ออายุมากกว่าหวังซื่ออยู่หลายปี แต่ทั้งสองกลับมีส่วนสูงและรูปร่างพอ ๆ กัน พวกนางทั้งจิกหน้า หยิก และข่วนกัน
แถมยังจงใจหยิกตรงจุดที่ไม่ควรเอ่ยถึงของอีกฝ่ายอีกด้วย
ทั้งคู่หยิกกันพลางร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
