หญิงชราแซ่หลินเองก็มีดวงตาแดงก่ำ นางดึงมือหยางซื่อมาอีกครั้งแล้วตบเบา ๆ พลางกล่าวว่า
“สะใภ้ใหญ่ เจ้าไปถามเยวี่ยฮุยที่ห้องของเขาตอนนี้เลยดีหรือไม่?”
“เรื่องที่หรงเอ๋อร์หายตัวไปเกี่ยวข้องกับเขาหรือเปล่า?”
“เจ้าค่อย ๆ ถามเขาอย่างนุ่มนวลหน่อยล่ะ”
“เขาไม่ยอมให้พวกเราไปสืบเรื่องหรงเอ๋อร์ในหมู่บ้าน บางทีเขาอาจรู้อะไรอยู่ก็ได้”
ตอนนั้นเอง ตาเฒ่าหลินก็กลับมาถึงหน้าประตู
“หวังซื่อ เจ้ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้?”
ตาเฒ่าหลินเห็นหวังซื่อแอบฟังอยู่ข้างฝา ก็ไม่พอใจนัก จึงตวาดเสียงดัง
หวังซื่อที่กำลังแอบฟังเรื่องของคนอื่น พอถูกเสียงตวาดเรียกก็สะดุ้งโหยง ร้องลั่นพร้อมกระโดดตัวลอย
ถูกพ่อตาจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังแอบฟังแม่สามี หวังซื่อจึงทำหน้าไม่ถูกไปหมด
นางอับอายจนแทบอยากขุดหลุมตรงนั้นแล้วมุดหนีไปให้พ้น
“แหะ ๆ ท่านพ่อ บังเอิญจังเลยเจ้าค่ะ ท่านกลับมาแล้วหรือ?”
“เสียงท่านดังพอ ๆ กับข้าเลยนะเจ้าคะ ดูสิ ทำเอาข้าตกใจหมดแล้ว”
หวังซื่อหัวเราะแห้ง ๆ พลางตบอกที่ยังเต้นระรัวเพราะตกใจ
“อืม กลับมาแล้ว”
ตาเฒ่าหลินไพล่มือไว้ด้านหลัง มองหวังซื่อด้วยสีหน้าประหนึ่งจะถามว่า ‘อับอายบ้างไหม’ ก่อนตอบ
เวลานั้น หยางซื่อเปิดประตูออกมาจากห้องของหญิงชราแซ่หลิน ทั้งสองเดินออกมาทีละคน
พอเห็นดังนั้น หวังซื่อก็ได้สติขึ้นมาทันที แล้วรีบหาทางแก้ตัว
“เอ่อ ท่านพ่อ ท่านแม่?”
หวังซื่อเหลือบมองหยางซื่อ เห็นนางมีสีหน้าเหม่อลอยไร้เรี่ยวแรง ก็รู้สึกเห็นใจขึ้นมาทันใด จึงเอ่ยต่อว่า
“แล้วก็พี่สะใภ้ใหญ่ด้วยเจ้าค่ะ”
