ตอนที่ตาเฒ่าหลินได้ยินหยางซื่อเอ่ยคำว่า ‘ผู้ใหญ่บ้าน’ ขึ้นมา ก็โกรธจัด
เขาคิดว่าผู้ใหญ่บ้านจงใจหาเรื่องตน
เขาถูกข่มขู่จนโมโหหัวร้อน แล้วก็คิดขึ้นมาว่า ในหมู่บ้านนี้มีคนอ่านหนังสืออยู่ไม่กี่คนไม่ใช่หรือ?
ถึงผู้ใหญ่บ้านคิดจะไปฟ้องร้องที่อำเภอ คนตระกูลหลินในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็คงขัดขวาง ไม่ยอมให้ไปหรอก
อย่างไรเสีย หากหลินเยวี่ยฮุยบุตรชายของเขาสอบได้ซิ่วไฉ ที่นากว่า 50 หมู่ก็จะได้รับการยกเว้นภาษี ส่วนที่นาเกิน 50 หมู่ก็ยังลดภาษีให้ได้ครึ่งหนึ่ง
เขาเชื่อว่าคนร่วมตระกูลและแม้แต่คนในหมู่บ้านเดียวกัน ต่างก็อยากนำที่นาของตนไปฝากไว้ใต้ชื่อซิ่วไฉในบ้านเขา เพื่อจะได้ลดหย่อนภาษี
ไม่มีทางยอมให้ผู้ใหญ่บ้านไปฟ้องร้องแน่
ยิ่งตาเฒ่าหลินคิดก็ยิ่งโมโห รู้สึกว่าตนถูกผู้ใหญ่บ้านเล่นงานเข้าให้แล้ว
สุดท้ายตาเฒ่าหลินก็เรียกสามีภรรยาบ้านใหญ่กับหลินเฉิงซงจากบ้านรองมารวมกัน ทั้งสี่คนปิดประตูห้องโถงใหญ่ ปรึกษากันว่าจะขโมยเงินของหลินเยวี่ยอวิ๋นมาอย่างไรในคืนนี้
หวังซื่อกับหญิงชราแซ่หลินไม่ได้อยู่ในความคิดของตาเฒ่าหลินเลย คนหนึ่งไม่กล้ายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามหลินเยวี่ยอวิ๋น ส่วนอีกคนก็ช่วยพูดเข้าข้างหลินเยวี่ยอวิ๋น
ตาเฒ่าหลินไม่พอใจเรื่องนี้มาก ดังนั้นเรื่องปรึกษาหารือจึงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับแม่สามีลูกสะใภ้คู่นั้น
หลินเยวี่ยอวิ๋นกับน้อง ๆ รีบเดินทางจากในเมืองกลับมาถึงหน้าประตูเรือนเช่าของตนในหมู่บ้านต้าเคิงโดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อย
หลินเยวี่ยอวิ๋นล้วงกระเป๋าเสื้อเหมือนกำลังหาอะไร ความจริงแล้วหยิบกุญแจออกมาจากมิติ พอไขประตูเรือนแล้วก็ช่วยน้องสาวเข็นรถกระดานเข้าไป
