หลินเยวี่ยอวิ๋นได้ยินคำเตือนของน้องสาว หลินเยวี่ยจิ่ว อยู่แล้ว
นางเบี่ยงตัวเล็กน้อย มือทั้งสองกำปลายกระบองไม้ที่ถืออยู่แน่น แล้วออกแรงรับไม้คานหามของหลินเฉิงไป๋ไว้จนเกิดเสียง “ปัง...”
จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มต่อสู้กันอยู่ในลานบ้าน คนหนึ่งกวัดแกว่งไม้คานหามหมายจะฟาดใส่อีกฝ่าย
ส่วนอีกคนกลับใช้กระบองไม้ท่อนโตที่ฉวยมาจากบ้านเก่า คอยหลบหลีกไม้คานหามที่พุ่งเข้าใส่อย่างคล่องแคล่ว
ผู้คนที่มองอยู่ต่างตะลึงจนพูดไม่ออก
หลินเยวี่ยอวิ๋นไม่อยากให้ใครจับได้ว่านางมีวิชาติดตัว จึงจงใจออมมือ
แกล้งทำเป็นเกือบถูกหลินเฉิงไป๋ฟาดโดนอยู่หลายครั้ง
นางหลบไม้คานหามได้อย่างหวุดหวิดหลายหน ก่อนจะวิ่งพลางหลบพลางไปยังโอ่งน้ำใบนั้นที่ยังตั้งอยู่ตรงนั้น
โอ่งถูกหลินเยวี่ยอวิ๋นทุบแตกไปครึ่งหนึ่งแล้ว
อาศัยโอ่งน้ำเป็นที่กำบัง หลินเยวี่ยอวิ๋นเบี่ยงตัวหลบ แล้วหวดกระบองเข้าใส่ข้อพับหลังเข่าขวาของหลินเฉิงไป๋ได้พอดี
หลินเฉิงไป๋เสียหลักทันที เข่าข้างหนึ่งกระแทกพื้นหลังถูกกระบองฟาดเข้าใส่
เขาอยากลุกขึ้น แต่กลับรู้สึกว่าขาขวาชาไปหมดจนออกแรงไม่ได้
หลินเฉิงไป๋ตะโกนด้วยความโกรธ
“นังสารเลว! กล้าบุกมาทุบข้าวของบ้านใหญ่ของข้าถึงที่เชียวหรือ?!”
“ถึงกับลงมือกับลุงแท้ ๆ ของเจ้าเลยหรือ?!”
“นังตัวดีไร้ความกตัญญู ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
เห็นเขาคุกเข่าอยู่กับพื้นไม่ยอมลุก หลินเยวี่ยอวิ๋นจึงข่มขู่ซ้ำอีกครั้ง
“ท่านลุงใหญ่ผู้ประเสริฐ! วันนี้ท่านแอบเข้าบ้านข้ามาขโมยของ ทั้งยังทำร้ายน้องสาวข้า...”
“ข้าจะไม่เอาเรื่องก็แล้วกัน”
“วันนี้ข้าทุบข้าวของบ้านใหญ่ของพวกท่าน ถือว่าเราหายกัน”
