หลินเยวี่ยอวิ๋นหยิบมีดสั้นออกมาจากมิติ แล้วสอดเข้าไปในช่องประตู ค่อย ๆ งัดกลอนประตูขึ้นด้านหนึ่ง
ขณะที่กลอนค่อย ๆ เลื่อนเอียงไปด้านข้าง ใกล้จะตกลงพื้นเต็มที
หลินเยวี่ยอวิ๋นก็ผลักประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนยื่นมือไปรับกลอนที่กำลังจะตกพื้นไว้ได้ทัน
ตอนนั้นหลินเยวี่ยอวิ๋นเองก็ใจหายจนต้องตบอกเบา ๆ สองที แล้วรีบมองไปยังหยางซื่อกับสามีที่หลับอยู่บนเตียง
เห็นทั้งคู่ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร อีกทั้งเสียงกรนของหลินเฉิงไป๋ยังดังกว่าเสียงเปิดประตูเสียอีก
สองสามีภรรยาหยางซื่อนอนหลับสนิทราวกับหมูตาย หลินเยวี่ยอวิ๋นจึงวางใจ วางกลอนในมือลงข้าง ๆ แล้วหันไปปิดประตูเบา ๆ
จากนั้นหลินเยวี่ยอวิ๋นก็วูบเข้าไปยังชั้นหนึ่งในมิติ
เธอหยิบยาสลบที่ปู่กับย่าเคยใช้กับสัตว์ในชาติก่อนออกมา
หลินเยวี่ยอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรีบฉีกผ้าฝ้ายซับน้ำได้ดีจากผ้าที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้ ขนาดประมาณ 30 คูณ 30 เซนติเมตร ออกมาผืนหนึ่ง
หลินเยวี่ยอวิ๋นกลัวว่าตัวเองจะโดนยาเข้าไปด้วย จึงหยิบถุงพลาสติกที่เคยใช้ใส่แครกเกอร์อัดแท่งแบบแบ่งขายออกมาอีกใบ แล้วใช้มันห่อผ้าผืนนั้นไว้
จากนั้นจึงเทยาสลบลงบนผ้าเล็กน้อย ขยำให้ยากระจายทั่วกัน แล้วตรวจดูจนแน่ใจว่ายากระจายทั่วทั้งผืนดีแล้ว
หลินเยวี่ยอวิ๋นใช้ญาณมองออกไปจากในมิติ ตรวจดูว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ก่อนวูบออกมาทันที
หลินเยวี่ยอวิ๋นใช้ผ้าที่ชุ่มยาในมือปิดจมูกกับปากของหลินเฉิงไป๋ที่กำลังหลับสนิท
หลังจากปิดไว้ประมาณสิบกว่าวินาที เธอก็ทำแบบเดียวกันกับหยางซื่อที่หลับอยู่ข้าง ๆ
คราวนี้สองสามีภรรยาคู่นี้คงหลับยาวไปจนถึงยามซื่อของวันพรุ่งนี้
