หลินเยวี่ยอวิ๋นอ่านหนังสือแบ่งแยกครอบครัวจบแล้ว ก็ยื่นคืนให้บิดาพลางเอ่ยว่า
“ท่านพ่อ นี่เป็นเอกสารสำคัญที่สุดของครอบครัวเราแล้ว ต้องเก็บให้ดีนะเจ้าคะ”
“อืม วางใจเถิด ลูกสาว”
หลินเฉิงเฟิงพยักหน้าตอบ
ความจริงแล้วหลินเยวี่ยอวิ๋นอยากเก็บหนังสือแบ่งแยกครอบครัวไว้กับตัวเอง
แต่ตอนนี้ยังมีคนอยู่มากเกินไป จึงไม่สะดวกจะเอ่ยปากขอจากบิดาตรง ๆ ทำได้เพียงกำชับให้ท่านพ่อเก็บรักษาไว้ให้ดี
อย่างไรเสีย การเก็บของไว้ในมิติของหลินเยวี่ยอวิ๋นย่อมปลอดภัยที่สุดไม่ใช่หรือ
จากนั้นหลินเฉิงเฟิงก็นำเงินเดือนที่เขากับภรรยาเก็บกลับมาครั้งนี้ออกมา รวมกันแล้วมีทั้งหมด 680 เหวิน
หลังจากจ่ายค่าตรวจรักษาและค่ายาหลายเทียบให้หลินเยวี่ยอวิ๋น ทั้งยังจ่ายเงินแสดงความกตัญญูประจำเดือน 500 เหวินแล้ว ก็เหลือเพียง 90 เหวิน
ผู้ใหญ่บ้านยังต้องนำหนังสือแบ่งแยกครอบครัวหลายฉบับไปที่อำเภอ เพื่อดำเนินเรื่องประทับตราและแยกทะเบียนครัวเรือน
ค่าเกวียนเทียมวัวไปกลับจากหมู่บ้านถึงอำเภอก็ต้องใช้ 12 เหวิน เผลอ ๆ ยังต้องค้างคืนในอำเภออีกหนึ่งคืน โรงเตี๊ยมที่ถูกที่สุดในอำเภอก็ยังคิดคืนละ 15 เหวิน
นอกจากนี้ยังต้องจัดการเอาใจพวกเจ้าหน้าที่ด้วย
เงิน 500 เหวินที่ตาเฒ่าหลินเอาไป ไม่มีทางคายออกมาแน่ ขอยืมก็ไม่ได้ ทั้งสามสายจึงต้องควักจ่ายกันเอง
หลินเยวี่ยอวิ๋นรู้ดีว่าการจัดการธุระยุ่งยากนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ใหญ่บ้าน จึงขยิบตาให้บิดา หลินเฉิงเฟิงแม้จะเสียดายเงิน แต่ก็เข้าใจความหมายทันที เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อจนเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอีก
ท้ายที่สุด หลินเฉิงเฟิงก็มอบเงิน 90 เหวินที่เหลือทั้งหมดให้ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมฝากฝังให้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วยังกล่าวถ้อยคำเกรงใจทำนองว่าวันหลังจะเชิญผู้ใหญ่บ้านมาดื่มสุรา
