ทว่าในเวลานี้ หม่าซานที่ตามมาทันได้กวาดตามองรอบ ๆ ตามรอยเลือดบนพื้น
นอกจากบริเวณที่หลินเยวี่ยอวิ๋นเข้าไปในมิติ ซึ่งยังมีเลือดหยดอยู่สองสามหยดแล้ว แถวนี้ก็ไม่พบร่องรอยที่นางหลบหนีไปเลย
หม่าซานโกรธจนกัดฟัน กระทืบเท้าอย่างหัวเสีย ก่อนยกหมัดขึ้นทุบต้นไม้ข้างกายเต็มแรง ปากก็สบถด่าไม่หยุด
“นังตัวดี อย่าให้ข้าจับเจ้าได้เชียว ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าต้องร้องขอชีวิต!”
หม่าซานโมโหจนหน้าเขียวคล้ำ สีหน้าดุดันน่ากลัว เขายังไม่ยอมแพ้ จึงเริ่มค้นพงหญ้าและพุ่มไม้แถวนั้นอย่างรวดเร็ว หวังจะหาร่องรอยว่าหลินเยวี่ยอวิ๋นซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ หรือไม่
สุดท้าย เขาค้นรอบบริเวณจนทั่วก็ยังไม่พบเงาของหลินเยวี่ยอวิ๋น ราวกับนางหายตัวไปในอากาศ
ตอนนี้หม่าซานทั้งหงุดหงิดและขุ่นเคืองใจอย่างยิ่ง รู้สึกว่าตนประมาทเกินไป
ช่างเหมือนเป็ดที่ต้มสุกแล้วแท้ ๆ กลับบินหนีไปต่อหน้าต่อตา!
หม่าซานถึงกับเริ่มสงสัยว่า ผงคลายกำลังห่อเล็ก ๆ ที่เขาซื้อมาด้วยราคาแพงนั้นถูกผสมยาปลอมมาหรือไม่
ไม่อย่างนั้น เหตุใดคนที่ถูกเล่นงานแล้วถึงยังหนีรอดไปต่อหน้าต่อตาได้ง่าย ๆ กันล่ะ!
ท้ายที่สุด หม่าซานก็ยังซ่อนตัวอยู่ตรงปากทางลงจากเขา หวังดักหลินเยวี่ยอวิ๋นที่กำลังลงเขาอย่างลับ ๆ
เขารออยู่เกือบหนึ่งชั่วยามก็ยังไม่เห็นใครลงมา แถมยังโดนยุงกัดจนเป็นตุ่มไปทั่ว จึงจำใจจากไปยังตัวเมือง
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด หลินเยวี่ยอวิ๋นค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ นางรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงมาก ทั้งยังรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วตัว หลินเยวี่ยอวิ๋นยกมือแตะหน้าผาก
เป็นไข้จริง ๆ ด้วย คงเกิดจากแผลที่แขนติดเชื้อ
