หยางซื่อกลิ้งล้มลุกคลุกคลานกลับมาถึงห้องของครอบครัวใหญ่ของตน
รีบเปิดประตูห้องแล้วปิดลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากกลิ่นฉี่เหม็นฉุนที่โชยมาจากท่อนล่างจะทำให้นางทั้งจนใจและสะอิดสะเอียนแล้ว
ยังเป็นเพราะนางตกใจกลัว หลังเห็นหลินเยวี่ยอวิ๋นที่แปลงกายเป็นผีโดยไม่รู้ตัว
จนตัวสั่นเทาไม่หยุด
ตอนนี้หยางซื่อรู้สึกเหมือนวิญญาณทั้งสามและจิตทั้งเจ็ดของนางหนีหายไปหมดแล้ว
เหงื่อเย็นผุดซึมออกมาจากร่างเล็กน้อย
ฟันก็กระทบกันกึก ๆ อย่างห้ามไม่อยู่
แขนขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกับพื้น
“ขอท่านเซียนโปรดไว้ชีวิตด้วย! ขอท่านเซียนโปรดไว้ชีวิตด้วย! ข้าน้อยก็แค่ขโมยข้าวไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“ข้าน้อยไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้ายอะไรอีกเลยนะเจ้าคะ!”
“ต่อไปข้าน้อยไม่กล้าขโมยข้าวของผู้อื่นอีกแล้ว”
“ขอท่านเซียนโปรดเมตตาปล่อยข้าน้อยไปเถิดเจ้าค่ะ! ฮือ ๆ ๆ…”
หยางซื่อคุกเข่าลงหันหน้าไปทางประตู โขกศีรษะเสียงดังตึง ๆ หลายครั้ง ก่อนจะพูดเสียงสั่น
พูดจบก็รีบยกมือปาดใบหน้าสองสามทีอย่างลวก ๆ จนแยกไม่ออกว่าเป็นน้ำตาหรือน้ำมูก
จากนั้นก็ลุกขึ้นปิดประตูและลงกลอนจากด้านใน
แล้วลากร่างที่ยังสั่นเทาไปเปลี่ยนกางเกงอย่างเร่งรีบ
ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างสามีที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง
นางใช้มือดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตาและร่างทั้งร่างไว้แน่น
โดยเฉพาะศีรษะกับใบหน้า กลัวว่าจะมีส่วนใดโผล่พ้นผ้าห่มออกมาแม้แต่นิดเดียว
เกรงว่าผีสาวผมยาวในทุ่งนาจะลอยมาหานางอีก
