สายลมยามเช้าพัดผ่าน ทุ่งนาทั้งผืนพลิ้วเป็นระลอกดุจแพรไหม
ผืนนาสีเหลืองทองนั้นไล่ระดับเป็นชั้น ๆ
มองใกล้ ๆ จะเห็นสีเขียวมรกตเจือเหลืองเล็กน้อย มองไกลออกไปหน่อยเป็นสีเหลืองส้ม และไกลออกไปอีกก็กลืนไปกับเงาภูเขาสีเขียวคราม
ใบข้าวเสียดสีกัน ส่งเสียงซ่า ๆ ราวกับสายฝนพรำ
ท่ามกลางเสียงนั้นมีเสียงนกกระจอกที่ตื่นเช้าร้องทักกันสองสามครั้ง!
คนทั้งห้าคนในครอบครัวหลินเยวี่ยอวิ๋นต่างสะพายตะกร้าสานใบใหญ่ใบเล็ก
ถือเคียวลงยืนในทุ่งนาที่ยังมีหยาดน้ำค้างเกาะอยู่ แล้วเกี่ยวรวงข้าวกันฉับ ๆ...
เมื่อเกี่ยวได้กำเล็ก ๆ ก็ใช้ฟางเส้นหนึ่งมัดโคนรวงข้าวให้แน่น
จากนั้นจึงค่อย ๆ วางลงในตะกร้าสานที่สะพายอยู่ด้านหลัง
เกี่ยวอยู่พักใหญ่ หลินเยวี่ยอวิ๋นก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานฉันวางกับดักหนูไว้ในนานี่นา!
จากนั้นนางก็หยุดมือ แล้วเดินไปยังจุดต่าง ๆ ที่วางกับดักหนูไว้เมื่อวาน
เก็บกับดักได้สี่อัน นางดึงฟางเส้นหนึ่งมาร้อยพวกมันไว้ด้วยกัน
ส่วนกับดักอันสุดท้ายกลับหนีบหนูตัวใหญ่ขนมันเงาอ้วนพีไว้ได้จริง ๆ!
เมื่อหลินเยวี่ยอวิ๋นเดินเข้าไปใกล้หนูที่ถูกกับดักหนีบไว้
ก็พบว่ามันหวาดกลัวเมื่อนางเข้าใกล้
หนูส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ อย่างน่าเวทนา
ข้างตัวมันยังมีรอยน้ำเป็นแอ่งกับจุดดำเล็ก ๆ กระจัดกระจายอยู่
เห็นได้ชัดว่าเป็นขี้หนู
หลินเยวี่ยอวิ๋นเกลียดสัตว์อย่างหนูที่สุด
นางหยิบหนังสติ๊กกับก้อนหินออกมาอย่างไม่ลังเล ง้างยิงหนูตัวใหญ่นั้นตาย แล้วโยนมันไปไว้ริมคันนา
