*
“แต่ข้าไม่ใช่คนที่นี่ ข้ามาจากโลกมนุษย์ ที่นั่นต้องเป็นความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายก่อน ถึงจะ... ถึงจะ...”
หยุนอู้พูดตะกุกตะกัก การที่จู่ ๆ นางจากโลกมนุษย์มาอยู่ในโลกยุคปัจจุบันเช่นนี้ ทำให้นางงุนงงไม่น้อย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการอธิบายเรื่องแบบนั้นให้มนุษย์สัตว์ในโลกดึกดำบรรพ์ฟังเลย
“ได้”
เสอจิ้นรับคำทันที คิ้วตาคมคายของเขาดูหล่อเหลาอย่างยิ่ง แผงอกกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อชวนให้คนมองจนหน้าแดงใจเต้น
เขาไม่มีทางบังคับแม่หญิงตัวน้อยของเขาแน่ คำว่าแม่หญิงสำหรับพวกเขาไม่ได้มีความหมายดูแคลน อีกทั้งพวกเขายังเรียกตัวเองว่าสัตว์เพศผู้ด้วย
“ที่นี่ แม่หญิงเป็นสิ่งล้ำค่า สัตว์เพศผู้หนึ่งตัวจะอยู่กับแม่หญิงได้เพียงคนเดียว แต่แม่หญิงหนึ่งคนมีสัตว์เพศผู้ได้สิบกว่าตัว”
เสอจิ้นกล่าว เสียงทุ้มต่ำเจือความเย็นชา จากนั้นก็ก้มตาลง ก่อนเงยหน้าขึ้นเสริมอีกครั้งว่า
“ข้าไม่เคยร่วมสัมพันธ์กับแม่หญิงคนอื่น”
“คุยเรื่องนี้ทีหลังได้ไหม...”
หยุนอู้เอ่ยเสียงอ่อย ใบหน้าแดงระเรื่อ ตอนนี้ในหัวนางเต็มไปด้วยจินตนาการลามกเกี่ยวกับคำว่า ‘ร่วมสัมพันธ์’
ฉันไม่บริสุทธิ์แล้ว ฮือ ๆ...
เสอจิ้นก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแสนงดงามจ้องหยุนอู้เขม็ง
เขารู้ตัวว่าไม่อยากให้แม่หญิงตัวน้อยคนนี้ออกจากถ้ำของเขา
“เจ้าอ่อนแอ ต้องอยู่ข้างกายข้า ในป่าอันตรายมาก ไม่อย่างนั้นเจ้าจะตาย”
