*
กฎของสำนักเสวียนเทียนเข้มงวดมาก เพียงรวบรวมข้อบังคับที่กำหนดไว้ก็ยาวเหยียดเป็นหางว่าวแล้ว
เด็กสาวในชุดคลุมยาวสีขาวลายแพรปัก คาดเอวตามแบบของเซียนจุน นั่งตัวตรงเรียบร้อยอยู่บนที่นั่ง
ทว่าบนใบหน้าขาวผุดผ่องงดงามกลับฉายแววง่วงงุน ดวงตากลมรีคู่หนึ่งพร่ามัวด้วยความง่วง จนขัดกับท่านั่งตั้งใจฟังของนางอย่างสิ้นเชิง
การอ่านข้อบังคับนั้นน่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน หยุนอู้จึงแอบงีบเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“ฟังจนจะหลับอยู่แล้ว ทุกปีต้องมาฟังกฎสำนักซ้ำอีกรอบ ฉันก็แค่มาให้ครบพิธีเท่านั้นเอง ต้องมาทุกครั้งเลยเหรอ...”
เสียงของหยุนอู้อ่อนหวานแผ่วเบา มีเพียงลั่วจิ่งฉือที่ยืนอยู่ข้างกายนางเท่านั้นที่ได้ยิน
“ซือจุนพักสักครู่เถิด ข้าจะบังให้”
เสียงของลั่วจิ่งฉือทุ้มต่ำ เขาขยับมายืนข้างหน้าเพียงก้าวเดียว ก็ใช้ร่างสูงบังศีรษะของหยุนอู้ไว้
หยุนอู้ถึงค่อยกล้าผ่อนท่านั่ง เอนตัวอย่างเกียจคร้านแล้วหาวออกมาครั้งหนึ่ง
นางแค่มาเข้าพิธี ไม่ได้คิดจะรับศิษย์ ทั้งที่รู้ดีว่านางไม่ชอบฟังข้อบังคับยืดยาว แต่ประมุขหนุ่มคนนั้นก็ยังส่งคนมาเชิญนางทุกครั้ง
ลั่วจิ่งฉือตัวสูงใหญ่ เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าหยุนอู้ก็ช่วยบังศีรษะของนางได้มิดพอดี
หลินซวี่กับคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ข้างกันจึงมองไม่เห็นหยุนอู้อีกต่อไป
“เจ้าหนุ่มนี่ ฟันยังขึ้นไม่ครบก็ริอาจมาตีสนิทเซียนจุนเสียแล้ว...”
น้ำเสียงของลู่กุยหยวนเจือความขุ่นเคือง เขาแอบมองหยุนอู้ไม่ได้แล้วในตอนนี้ สิ่งที่เห็นมีเพียงใบหน้าหล่อเหลาไร้พิษภัยของเด็กหนุ่มผู้สง่างามอย่างลั่วจิ่งฉือ
เขาปักใจว่าเซียนจุนหยุนอู้คงถูกใบหน้าของเจ้าหนุ่มสามัญชนคนนั้นหลอกเข้าให้แล้ว
