*
ทุกสามปี สำนักเสวียนเทียนจะจัดพิธีรับศิษย์ใหม่เข้ากราบอาจารย์ แต่ไม่ใช่ศิษย์ใหม่ทุกคนจะได้เข้าร่วม
มีเพียงศิษย์ใหม่ไม่กี่คนที่โดดเด่นเหนือผู้อื่นเท่านั้น ซึ่งจะได้กราบอาจารย์อย่างเป็นทางการและกลายเป็นศิษย์สายใน
เหล่าผู้อาวุโสจากยอดเขาต่าง ๆ มารวมตัวกันครบแล้ว ณ โถงใหญ่บนยอดเขาหลัก ศิษย์สายในทั้งแปดคนก็มาถึงพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นกัน
ศิษย์พี่ใหญ่หลินซวี่กับศิษย์พี่รองลู่กุยหยวนเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสสูงสุด ส่วนศิษย์พี่สามต้วนเหิงกับศิษย์พี่หญิงสี่เป็นศิษย์ของผู้อาวุโสลำดับสอง อีกสี่คนที่เหลือเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสท่านอื่น
หลินซวี่มีใบหน้าเย็นชาและคมคาย ยามนี้เขายืนอยู่ใต้บันได สายตาจับจ้องไปยังที่ไกล ๆ ราวกับกำลังรอให้ใครบางคนปรากฏตัว
“เซียนจุนยังไม่มาอีกหรือ?”
“ทุกครั้งที่จัดพิธีสาบานตนก่อนออกศึก เซียนจุนก็มาให้เห็นอยู่แล้ว ศิษย์พี่ใหญ่จะรีบร้อนไปไย?”
ศิษย์พี่สามต้วนเหิงพูดเนิบ ๆ พลางจัดเสื้อผ้าบนตัว ดวงตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อย ยิ่งขับให้เขาดูเป็นคนเจ้าชู้มีเสน่ห์
สีหน้าของหลินซวี่ยังคงเคร่งขรึมเย็นชา เมื่อเห็นต้วนเหิงยังจัดแต่งตัวอยู่ไม่เลิก เขาก็แค่นเสียงเย็น
“คนที่ร้อนใจที่สุดน่าจะเป็นเจ้ามากกว่าไม่ใช่หรือ? ถึงได้ตั้งใจเปลี่ยนชุดใหม่มาเสียด้วย”
“ในที่สุดก็มีโอกาสได้พบเซียนจุนสักครั้ง ข้าย่อมต้องแต่งตัวให้ดูดีหน่อยสิ”
ต้วนเหิงพูดยิ้ม ๆ ลู่กุยหยวนก็เบียดตัวจากด้านหลังเข้ามาแทรกระหว่างคนทั้งสองทันที
“เจ้าหงส์รำแพน เดี๋ยวก็อย่าไปทำตัวเด่นต่อหน้าเซียนจุนล่ะ”
ลู่กุยหยวนพูดกับศิษย์น้องสามอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็แค่นเสียงแล้วค่อยยืนตัวตรงอย่างเรียบร้อย รอคอยอยู่กับที่
ใต้บันไดมีศิษย์ใหม่สามคนที่กำลังจะกราบอาจารย์เข้าสำนักในวันนี้ยืนเรียงแถวอยู่
ในบรรดาพวกเขา มีหญิงสาวในชุดศิษย์คนหนึ่งมองหาบางสิ่งในกลุ่มศิษย์สายในด้านบนด้วยสีหน้าร้อนใจอยู่บ้าง
