ตอนที่กู้หวนจืออุ้มร่างหยุนอู้ขึ้นมาแล้วโยนลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี นางยังคงมึนงงอยู่
เมื่อครู่เพราะหวาดกลัวสุดขีด นางจึงคิดจะวิ่งไปทางประตูห้อง แต่กู้หวนจือกลับคว้าตัวนางกลับมาได้อย่างง่ายดาย
เขาอุ้มนางขึ้นมาอย่างสบาย ๆ ราวกับยกกระต่ายตัวหนึ่ง
ร่างของนางอ่อนนุ่มไร้เรี่ยวแรง ไม่ว่านางจะดิ้นรนหรือทุบตีเตะต่อยอย่างไร ก็คล้ายเพียงกำลังเกาให้เขาคันเท่านั้น
หยุนอู้ถูกโยนกลับลงบนเตียงอย่างแรง ทว่าเตียงนุ่มมากจนไม่ทำให้นางรู้สึกเจ็บ เส้นผมดำขลับนุ่มสลวยแผ่ลงบนผ้าห่มสีเข้ม
“อย่า...อย่าเข้ามานะ!”
หยุนอู้หน้าซีดเผือด ฝืนเรี่ยวแรงลุกขึ้นนั่งบนเตียง แล้วขยับหนีไปจนชิดด้านในสุด งอเข่าหดตัวอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังแนบกำแพงด้านหลังแน่น
“อาอู้งดงามจริง ๆ”
กู้หวนจือจ้องมองหยุนอู้ที่กำลังสั่นเทาด้วยแววตารุกเร้า
เขากำลังมองร่องรอยที่ตนทิ้งไว้บนร่างนาง ทั้งลำคอระหงที่บอบบาง ส่วนโค้งมนซึ่งซ่อนอยู่ใต้ชุดบางเบา เรียวขาทั้งสอง...แม้แต่เท้าหยกเล็ก ๆ คู่นั้น ก็ล้วนเต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาทิ้งไว้
ช่างงดงามเหลือเกิน
“ของ...ของใช้ส่วนตัวของข้า” หยุนอู้พูดพลางสั่นเทาไปทั้งร่างบอบบาง “เหตุใดจึงมาอยู่ในห้องนอนของท่าน?”
กู้หวนจือยืนอยู่ข้างเตียง หัวเราะเบา ๆ ดวงตาร้อนผ่าว “อาอู้ลืมแล้วหรือ? ทุกคืนเราอยู่ด้วยกันนี่นา”
แม้ดูคล้ายไม่ได้ตอบคำถามของหยุนอู้ แต่ก็เหมือนกับบอกความจริงแก่นางแล้ว
